Page 155 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 155
ไปเลย แล้วก็มาพิจารณาดูความคิดที่เกิดขึ้น พอจิตท่ีโล่งเบากว้างเท่าท้องฟ้า มารับรู้ความคิดที่เกิดข้ึน ก็จะยิ่งชัดว่าความคิดที่เกิดข้ึนเหลือเล็กนิดเดียว เป็นความคิดที่มีกาลังน้อย เบา ๆ ตรงนั้นแหละเป็นตัวบ่งบอกชัดขึ้นอีกว่า นอกจากความคิดนั้นกับจิตที่ทาหน้าที่รู้ที่ว่างเบาเป็นคนละส่วนกันแล้ว ความคิด ที่เกิดขึ้นบอกว่าเป็นเราหรือเปล่า ? แล้วในขณะที่จิตที่ว่างเบาเขาไม่บอก ว่าเป็นเราทาหน้าที่รับรู้ความคิดอยู่ ความคิดที่กาลังปรากฏอยู่บอกว่าเป็นเรา เป็นของเรา เป็นเขา เป็นใครไหม หรือเป็นเพียงความคิดที่กาลังปรากฏเกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัยอยู่ ? แล้วขณะที่เห็นอย่างน้ี ความคิดอันนั้นบีบค้ันจิตใจเรา หรอื เปลา่ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ ใจทาใหจ้ ติ ขนุ่ มวั ไหม หรอื เขาเกดิ ขน้ึ แลว้ อยใู่ นทว่ี า่ ง ๆ อยู่ในที่เบา ๆ จิตก็ยังมีความสงบมีความเบาอยู่ มีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง มีสติสัมปชัญญะแก่กล้าพิจารณาถึงอารมณ์น้ันอย่างชัดเจน ?
น่ีก็เป็นอีกเรื่องหน่ึงที่สาคัญ เพราะคนเราเห็นหรือรับรู้อะไรแล้วก็คิด ตลอดเวลา ความคิดก็จะเป็นปัจจัยให้คนเข้าไปยึดว่าความคิดเป็นของเรา เราเปน็ ผคู้ ดิ ความคดิ เปน็ เรา เราเปน็ ความคดิ เพราะอะไร ? เพราะไมก่ า หนดรู้ ถึงความเป็นคนละส่วนกัน พอเผลอไหลไปตามความคิด เพลิดเพลินกับ ความคิดก็คิดว่าตัวเองเป็นส่วนเดยีวกันกบัความคิดจิตที่เพลินกับความคิด คือเขาไปเสวยอารมณ์อันนั้น เขาเป็นผู้ตามรู้ดูไปเพลิดเพลินไป แต่พอมีสติรู้จริง ๆ
147
147