Page 25 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 25

เราคิดถึงบ้าน ก็ให้กว้างกว่าบ้าน แทนที่จะเข้าไปในบ้าน บ้านเรากว้างแค่ไหน จติ กก็ วา้ งกวา่ บา้ นได้ เพราะถา้ ใหจ้ ติ กวา้ งเทา่ ทอ้ งฟา้ ได้ ทา ไมจะกวา้ งกวา่ บา้ น ไม่ได้ ? นี่คือสิ่งที่พึงสังเกต ทีนี้ให้จิตท่ีเบาว่างกว้างกว่าเร่ืองที่คิด คิดถึงบุคคล ก็ให้จิตที่เบาว่างกว้างกว่าเรื่องนั้น น่ีคือวิธีคิดอย่างหนึ่ง เวลาที่เราคิดถึงบ้าน ให้จิตท่ีเบา ๆ ไปที่บ้าน ให้กว้างกว่าบ้าน เวลาคิดถึงที่ทางาน ก็ให้จิตที่เบา ไปที่ทางาน กว้างกว่าโต๊ะทางาน กว้างกว่าอาคาร กว้างกว่าออฟฟิศ ลองดูว่า ถ้าให้จิตไปท่ีทางานแล้วกว้างกว่าสถานที่นั้น ๆ จิตใจรู้สึกเป็นอย่างไร... รู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกเบา รู้สึกโล่ง รู้สึกสบาย ? อันนี้เป็นการฝึกจิต ทาจิตให้ว่างแล้วใช้จิตที่ว่างนั้นทาหน้าที่รับรู้อารมณ์
การใช้จิตที่ว่างจิตท่ีเบาทาหน้าที่รับรู้อารมณ์นั้น คือว่างจากตัวตน ไม่ใช่ว่างจากการรับรู้ ที่พูดไปตอนแรกว่า พอปฏิบัติแล้วโยคีก็อยากจะให้ ว่างจากความคิด อยากสงบ อยากว่างจากความวุ่นวาย แต่ลองสังเกตดูสิว่า ขณะท่ีทาจิตให้กว้างกว่าตัวได้ ทาจิตท่ีว่างให้กว้างกว่าเรื่องท่ีคิดได้ เรื่องที่คิด ก็ไม่รบกวนจิตใจไม่บีบคั้นจิตใจเหมือนเดิม ยังคิดได้อยู่แต่ความคิดนั้น ไม่ทาให้ใจเป็นทุกข์ แล้วจาเป็นต้องกลัวความคิดไหม หรือสามารถเอาจิต ที่ว่างเบาไปคิดเร่ืองราวต่าง ๆ ในชีวิตประจาวันได้ไหม ? คาถามว่า “ได้ไหม” ตอนน้ีต้องพิสูจน์เลย ลองดูว่า ขณะที่คิดเรื่องที่จาเป็นต้องคิด ให้จิตที่เบาโล่ง
17
17


































































































   23   24   25   26   27