Page 27 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 27
ก็ใช้ใจที่สงบท่ีโล่งท่ีเบานี่แหละไปรับรู้ พิจารณาทาความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอเข้าใจเรื่องราวน้ัน ให้คาตอบตัวเองได้ ความคิดนั้นก็จะดับไปหายไปได้ จะมีความสงบมีความม่ันใจเกิดข้ึนมา ตรงนี้แหละท่ีบอกว่าความคิดเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องกลัว แค่กาหนดรู้ถึงความเป็นคนละส่วน ทาจิตให้ว่างให้กว้างกว่า เรื่องที่คิด
เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมรู้ว่าจิตที่ว่างจิตที่เบาเป็นอย่างไร ต่อไปเวลา ยกจิตขึ้นสู่ความว่างก็จะง่ายข้ึน การที่รู้ว่าจิตว่างเป็นอย่างไรเป็นเร่ืองสาคัญ มาก ๆ เลย จิตท่ีว่างเป็นแบบไหน ? จิตที่ว่าง คือ จิตที่โล่ง จิตที่โปร่ง จิตท่ีเบา จิตว่างเมื่อไหร่ก็รู้สึกโล่ง รู้สึกโปร่ง รู้สึกเบา รู้สึกสงบ รู้สึกสบาย ไม่ทุกข์ไม่อึดอัดนั่นเอง ตรงน้ีเป็นคาตอบ เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติสามารถพิสูจน์ได้ ตลอด ทาได้ตลอดทั้งวัน ไม่จาเป็นต้องน่ังหลับตาอย่างเดียว เดิน ๆ ไป ก็ยกจิตข้ึนสู่ความว่าง ส่งจิตไปข้างหน้าในท่ีว่าง ๆ แล้วก็ดูจิตท่ีอยู่ในที่ว่าง ๆ ทาจิตให้กว้างกว่าตัว ก็จะเดินเข้าไปในความโล่งความว่างได้ ยิ่งถ้าผู้ปฏิบัติ สามารถทาได้ในขณะที่เดินออกกาลังกาย เดินในชีวิตประจาวัน ทาอะไรก็ ทาจิตให้เบาโล่งให้กว้างกว่าตัวบ่อย ๆ นั่นคือความเพียร ทาบ่อย ๆ คือความเพียร พอเป็นความชานาญเป็นวสีก็จะทาให้ผู้ปฏิบัติอยู่กับความว่างได้นาน โดยปริยาย ทาได้บ่อยก็อยู่ได้นาน จะเดิน จะยืน จะน่ัง จะนอน ก็ยกจิตขึ้น
19
19