Page 68 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 68
60
แคบกว่าตัวหรือกว้างกว่าตัว อันน้ีก็เป็นอีกเรื่องหน่ึงท่ีสาคัญท่ีจะทาให้ ผู้ปฏิบัติหรือผู้สนใจในธรรมแยกชัดว่าจิตเป็นอย่างไร กายเป็นอย่างไร อย่างท่ีถามว่า จิตที่ว่างเบาสามารถทาหน้าที่รับรู้อารมณ์ได้ไหม หรือจิตที่ว่างเบา สามารถเคล่ือนย้ายท่ีได้หรือเปล่า แล้วให้เอาความรู้สึกที่เบามาที่มือ มาท่ีแขน มาที่ไหล่ มาท่ีหน้า มาท่ีบริเวณหัวใจ ไปท่ีสมอง ฯลฯ ย้ายจิตท่ีเบา ไปในแต่ละส่วน ๆ ที่ให้สังเกตแบบนั้นก็เพ่ือจะทาให้ผู้ปฏิบัติเห็นชัดว่า อานิสงส์หรือประโยชน์ของจิตที่ว่างนั้นเป็นอย่างไร เห็นว่าจิตที่ว่างไปที่มือ มือก็เบา ว่างไป โล่งไป หายไป จิตท่ีเบาว่างไปที่แขน แขนก็หายไป จิตท่ีเบา ไปที่ไหล่ บริเวณไหล่ก็ว่างไป เบาไป จิตท่ีโล่งเบามาไว้บริเวณหทยวัตถุหรือ บริเวณหัวใจ ก็รู้สึกว่าท่ีบริเวณหัวใจก็โล่งเบาไปเช่นเดียวกัน นั่นเป็นวิธีการ ที่จะทาให้ผู้ปฏิบัติน้ันรู้ว่าเราสามารถกาหนดจิตของตนเองได้ว่าจะให้ไปรู้ ตรงไหน ไปวางตาแหน่งไว้ตรงไหน อันนี้อย่างหนึ่ง
อีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ปฏิบัติจะรู้ว่าเราสามารถกากับควบคุมจิตของ ตนเองได้ จิตตรงนี้เป็นตัวสติ มีเจตนาที่จะวางตาแหน่งของจิต ให้จิตไปไว้ ที่แขน ไว้ท่ีหน้า ไว้ที่บริเวณหัวใจ หรือไว้ท่ีสมอง... ลองเอาจิตท่ีโล่ง ๆ เบา ๆ ไปที่สมอง บริเวณสมองรู้สึกอย่างไร มีรูปร่างของสมองไหม หรือว่าโล่งไป โปร่งไป ไม่มีรูปร่างของสมอง แล้วก็รู้สึกโล่ง ๆ เบา ๆ น่ันคืออานิสงส์หรือ
60