Page 83 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 83
เมื่อความทุกข์สลายไปแล้ว ทาอย่างไร ? เม่ือความทุกข์ดับไปก็ต้อง รู้ว่าใจเป็นอย่างไร รู้สึกโล่ง รู้สึกโปร่ง รู้สึกเบา รู้สึกสบาย หรือรู้สึกสงบขึ้นมา น่ันคือผลท่ีเกิดข้ึนโดยตรง ความทุกข์ดับไปแต่ส่ิงที่เหลืออยู่คือเรื่องราว รอบตัวหรือเรื่องที่ต้องคิด จริง ๆ น่ีเป็นเรื่องสาคัญมาก ๆ ที่ผู้ปฏิบัติจะต้อง ทา ความเขา้ ใจวา่ เราสามารถดบั ความทกุ ขไ์ ดแ้ ตเ่ รอ่ื งทต่ี อ้ งคดิ ยงั อยู่ พจิ ารณา ดูว่าความทุกข์กับเรื่องที่คิดเป็นส่วนเดียวกันหรือคนละส่วนกัน ความคิด โดยตัวของมันเองไม่ใช่ความทุกข์ แต่ความคิดก็เป็นเหตุปัจจัยให้ทุกข์ เกิดขึ้นมาได้ เมื่อไหร่ท่ีคนเราขาดปัญญา ไม่ได้พิจารณาถึงสัจธรรม ความจริง หรือเม่ือไหร่สติมาไม่ทันเผลอไปเอามาเป็นของเรา มีเราเป็นผู้รู้ มีเราเป็นผู้รับ เวทนาทางใจก็เกิดข้ึนมา ความทุกข์ก็เกิดข้ึนมาน่ันเอง เพราะฉะนั้น การที่ผู้ปฏิบัติสามารถแยกกายแยกจิต ทาความรู้สึกให้ว่างได้ โล่งได้ เบาได้ ละความเป็นเราได้ พิจารณาให้เห็นชัดแบบนี้ นี่คือธัมมวิจยะ ไม่ใช่คิดเองเออเองแล้วความทุกข์ก็ไม่หายไป อันน้ันไม่ดี นั่นไม่ใช่ วิปัสสนา จะเป็นวิปัสสนึกไป แต่วิปัสสนาคือการเห็นชัดด้วยตาปัญญา ณ ปัจจุบัน ขณะนี้เดี๋ยวนี้
ทีน้ีพอดับทุกข์ได้แล้ว ทาอย่างไรใจถึงจะมีกาลัง ? ทาใจให้กว้างกว่าตัว ต้ังสติให้ดี แล้วก็เพ่ิมความนิ่ง ทาจิตให้กว้างออกไปอีก กว้างออกไปอีก...
75
75