Page 84 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 84

76
ถ้าจาเป็นต้องรับรู้เรื่องราว ความคิด หรืออารมณ์น้ันต่อไป อยากให้ ใช้แบบนี้ พอน่ิงปุ๊บจิตที่โล่งเบาที่สงบนั้นก็จะมีกาลังมากข้ึน พอจิตท่ีสงบ มีกาลังมากขึ้นกว้างออกไป ก็กลายเป็นความรู้สึกที่สงบ เบา และ สติสัมปชัญญะดีด้วย ตอนแรกที่บอกไปว่าจิตท่ีว่างเบาสามารถทาหน้าท่ี รับรู้อารมณ์ได้ ลองพิจารณาต่อ เม่ือกี้คิดแล้วเวทนาเกิด ตอนน้ีเรารู้วิธีดับ เวทนาทางใจดับทุกข์ได้แล้ว ลองคิดเรื่องเดิมใหม่ ทีน้ีวิธีคิดแล้วไม่ให้ทุกข์ก็คือ เวลาคิดถึงเร่ืองน้ัน ให้จิตที่ว่างเบาไปที่นั่น และให้กว้างกว่าเรื่องที่กาลังคิดอยู่ ส่งจิตที่โล่งเบาที่สงบที่สติดีแล้วไปที่เรื่องท่ีกาลังคิด ไม่ใช่ดึงเรื่องที่คิดเข้ามา หาตัว แต่ให้จิตท่ีว่างเบาไปท่ีเรื่องท่ีคิด แล้วก็ให้กว้างกว่าเร่ืองท่ีจาเป็นต้องคิด แล้วคิด ลองดูว่า คิดแล้วความทุกข์จะเกิดไหม คิดแล้วจะหนักไหม คิดแล้วอึดอัดไหม ?
เวลาจะคิดพิจารณาเร่ืองราวเพื่อประโยชน์หรือเพ่ือการทากิจกรรม ตา่ ง ๆ สงั เกตนดิ หนงึ่ ตรงนจี้ ะมคี วามแตกตา่ งกค็ อื วา่ เมอื่ ความคดิ นนั้ เกดิ ขน้ึ มาแล้ว ถ้าเอาความรู้สึกที่ว่างเบาเข้าไปแตะหรือชนเลย ความคิดนั้นก็ จะหายไป สลายไป ว่างไปเลย เหมือนกับที่เราเอาจิตที่ว่างเบามาที่ตัว มาที่ บรเิ วณหทยวตั ถุ พอซอ้ นเขา้ ไปตวั กจ็ ะโลง่ โปรง่ ไปเลย ความคดิ กเ็ ชน่ เดยี วกนั เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นเรื่องท่ีจาเป็นต้องคิด ให้เอาจิตที่ว่างเบาไปตรงนั้น แต่ให้
76


































































































   82   83   84   85   86