Page 97 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 97
แต่ในขณะเดียวกัน การที่ผู้ปฏิบัติสนใจตามรู้การเปล่ียนแปลงของ ลมหายใจหรอื อาการพองยบุ ไปเรอื่ ย ๆ จติ อยกู่ บั อารมณป์ จั จบุ นั อารมณเ์ ดยี ว ต่อเน่ืองนาน ๆ สมาธิก็จะเกิดข้ึนโดยปริยาย จิตจะมีกาลังมากขึ้น ตั้งม่ันข้ึน ค่อย ๆ น่ิงข้ึน สงบขึ้น สติมีกาลังมากขึ้น ตื่นตัวข้ึน แต่ถ้าเรามีความอยาก ให้จิตสงบอย่างเดียว แต่ไม่ตามกาหนดรู้การเปลี่ยนแปลง หลับตาลงแล้วก็ รอว่าเม่ือไหร่จะสงบ อันนั้นเดี๋ยวก็จะมีอารมณ์จรแทรกเข้ามา รออย่างเดียว ไม่ได้ เพราะรออย่างเดียวเดี๋ยวก็มีความคิดขึ้นมา เด๋ียวเร่ืองนู้นเด๋ียวเรื่องน้ี เดี๋ยวมีอาการนั้นอาการนี้ข้ึนมา แล้วก็จะเกิดความรู้สึกว่านั่งไม่ได้หรือนั่งแล้ว ไม่สงบ ลองสังเกตดูสิว่า ที่เรารู้สึกว่านั่งไม่ได้หรือน่ังแล้วไม่สงบ เพราะเรา อยากที่จะสงบ แต่เราไม่ได้พอใจท่ีจะกาหนดรู้การเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไปของ อารมณ์ปัจจุบัน มีแต่ความรู้สึกว่าอยากให้จิตสงบแล้วก็รอว่าเมื่อไหร่จะสงบ ถ้ารอแบบน้ันบางคร้ังก็จะรู้สึกสงบได้ยากพอสมควร โดยเฉพาะถ้าเราเป็น ผู้ปฏิบัติใหม่ เพราะตามหลักแล้วผู้ปฏิบัติธรรมท้ังหลายกว่าที่จิตจะสงบได้ ก็ต้องอาศัยการมีสติกาหนดรู้อยู่กับอารมณ์ปัจจุบัน
เพราะฉะนน้ั อารมณป์ จั จบุ นั ทพ่ี งึ อาศยั และสามารถอาศยั ไดจ้ รงิ ๆ เลย โดยท่ีไม่ต้องปรุงแต่ง ก็คืออาการทางกาย ไม่ว่าจะเป็นลมหายใจ ไม่ว่าจะเป็น อาการพองยุบ ไม่ว่าจะเป็นอาการเคร่งตึง ไม่ว่าจะเป็นอาการเต้นของหัวใจ
89
89