Page 98 - ดับตัวตนค้นธรรม2566
P. 98
90
หรือแม้แต่ความคิดท่ีเกิดขึ้น ก็สามารถเอามาเป็นอารมณ์กรรมฐานได้ คาว่า “เอามาเป็นอารมณ์กรรมฐาน” ไม่ได้หมายความว่าผู้ปฏิบัติจะต้อง สร้างเร่ืองหรือสร้างความคิดขึ้นมา แล้วก็ค่อยมาดูความคิด แต่หมายถึงว่า พอน่ังปฏิบัติ หลับตาลงแล้วมีความคิดเรื่องนั้นเรื่องน้ีเกิดขึ้นมา ก็มีเจตนา ที่จะเอาความคิดนั้นแหละมาเป็นอารมณ์กรรมฐาน คาว่า “เอาความคิดมา เป็นอารมณ์กรรมฐาน” คือการมีเจตนาอย่างนี้ พอความคิดข้ึนมา ตั้งสติ และเป็นผู้ดู ดูว่าความคิดเกิดข้ึนมาแล้วดับอย่างไร เกิดขึ้นมาแล้วดับ อย่างไร... การที่มีเจตนาที่จะรู้ว่าเกิดขึ้นมาแล้วดับอย่างไรเป็นเรื่องสาคัญ มาก ๆ และเป็นคาถามที่ผู้ปฏิบัติจะต้องหาคาตอบ เพราะธรรมชาติเขา เกิดดับอยู่แล้ว น่ันคือกฎไตรลักษณ์ เมื่อไหร่ที่ผู้ปฏิบัติสนใจว่าความคิด เกิดแล้วดับอย่างไร จะทาให้เห็นอาการเกิดดับของความคิดนั้นได้ง่ายขึ้น
บางทีไม่เห็นการดับ เห็นแต่การเกิด เห็นว่าเริ่มเกิดแล้วนะ เร่ิมเกิดแล้วนะ เกิดข้ึนมาแล้วก็เกิดขึ้นมาใหม่ เกิดข้ึนมาใหม่... ให้รู้ทันการเกิดมากข้ึน เม่ือเห็นการเกิดชัดเดี๋ยวก็จะเห็นการดับเอง ดูให้ชัดว่าเกิดขึ้นมาแล้ว เขาดับอย่างไร ยาวแค่ไหนถึงดับ ถ้ารอว่าความคิดเร่ืองนี้เมื่อไหร่จะจบสักทีหนึ่ง ก็จะยาวนิดหน่ึง แต่ส่ิงหนึ่งท่ีจะทาให้เห็นชัดถึงอาการเกิดดับก็คือว่า ทุกคร้ังที่คนเราคิดถึงเรื่องอะไร องค์ประกอบของเรื่องน้ันก็คือภาพต่าง ๆ
90