Page 320 - เมืองลับแล(ง)
P. 320

ก่อเปนพระธาตุเจดีย์สรวมขึ้นปีหนึ่งจึงแล้วแต่องค์ ยอดยังไม่มี แลพระสงฆเจ้าทั้งหลายจึงนมัสการ อันว่าชะ

                 พ่อชีพราหมณ์ทั้งหลายอันอยู่ในปัญจมัชฌคาม อันเปนหลานเหลนแห่งนางโมคคัลลี อันเปนพระมารดาพระ
                 โมคคัลลาน์ แลนางสารีเปนพระมารดาพระสาริบุตร อันอยู่ในปัญจมัชฌคามก็กลายมาเปนเมืองสวรรคโลก

                 แลพระธาตุพระสาริบุตรเจ้า ก็บรรจุไว้ในเจดีย์พระธาตุข้างเหนือ แลธาตุพระโมคคัลลาน์เจ้า ก็บรรจุไว้ใน

                 บ้านนางโมคคัลลี แลนางทั้งสองนี้ก็เปนญาติแก่กัน แลบ้านอุตรคามินี เดิมแต่ล้วนชะพ่อชีพราหมณ์ไป
                 ค้าขายแก่กัน กินบวชถือศีลด้วยกัน แลเจ้าธรรมกุมารลูกพระธรรมราชา แลเจ้าอุโลกกมาร เปนเจ้าภิกษุ
                                                                                         ุ
                 ทรงไตรปิฎกแลออกจากพระสาสนา พระบิดามารดาแลเผ่าพันธุ์ให้เปนพระยา จะได้ช่วยกันป้องกน
                                                                                                       ั
                                                                               ่
                                                                                            ั
                 อันตรายศัตรู อันจะมาแต่ทิศต่าง ๆ ครั้นคิดแล้วจึงให้พระสาสนนั้นไปแกชาวบ้านปัญจมชฌคามให้ทำ
                 กำแพงล้อมบ้าน ให้รอบคอบแล้วให้ตั้งเรือนหลวงแล้ว จึงให้มารับเอาเจ้าอุโลกกุมารราชาภิเศกให้เปนพ
                 ระยาศรีธรรมาโสกราช ในเมืองหริภุญไชย ด้วยนางพราหมณี แล้วให้ชาวบ้านอุตรคามทำกำแพงล้อม

                                                                                                 ี
                 บ้านให้มั่นคงแล้ว จึงชะพ่อชีพราหมณ์ผู้ใหญ่ มารับเอาธรรมกุมารไปราชา ภิเศกด้วยนางพราหมณ  ก็ได้ชื่อ
                                                                                                     ั
                 ว่ากัมโพชนครคือเมืองทุ่งยั้ง แลให้สาสนนั้นไปถึงบ้านบุรพคาม ตกแต่งกำแพงแลคูให้ทำพระราชวงให้
                 บริบูรณแล้ว จึงให้ชะพ่อชีพราหมณ์ผู้ใหญ่มารับเอาเจ้าสีหกุมารไปราชาภิเศกด้วยนางพราหมณี นั้น จึง

                 ให้ชื่อเมืองบริบูรณ์นคร อันว่าเมืองทั้งสี่เมืองนี้ก็เปนกระษัตริย์ซื่อตรงต่อกัน แล้วจะได้มีใจโลภแก่ราชสมบัต ิ
                 หามิได้ ต่างกันต่างก็อยู่ ครั้นถึงเทศกาลก็ถวายบังคมลาแล้วก็ไป แลจะได้มีใจชังแลมีจิตรฤษยาแก่กันหามิได  ้


                 แต่กระษัตริย์สืบ ๆ กันมาได้ ๓ ชั่วตระกูล

                 ๏ แล้วให้กำหนดกฎหมายไว้ทุกน่าด้าน แล้วให้กำหนดกฎหมายไปถึงเมืองกัมโพชนคร ให้กำหนด
                                            ี
                                                                          ี
                 กฎหมายสืบ ๆ กันไปถึงเมืองคิร เมืองสวางคบุรี เมืองยางคิรี นครคิร เมืองขอนคิรี แลเมืองเหล็ก เมืองสิง
                 เทา เมืองทั้งนี้ขึ้นแก่เมืองกัมโพชนคร ท้าวพระยาตกแต่งบ้านเมืองทุกแห่ง แลเมืองพิบูลย์นคร อันขึ้นแก่

                 เมืองหริภุญไชยคือเมืองลำพูนทุกวันนี้ แลเมือง ๘ หัวเมืองนั้น ให้แต่งเครื่องสาตราวุธแลตรวจด่านทาง ให้

                 แต่งคนเร็วม้าใช้ไปฟังข่าวแก่กันให้เปนอันหนึ่งอันเดียวทุกเมือง




                       จากตำนานพงศาวดารเหนือตอนนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ

                       (๑)  “เจ้าอุโลกกุมาร เปนเจ้าภิกษุทรงไตรปิฎกแลออกจากพระสาสนา”
                       ข้อสังเกต :  พระนามของเจ้าชายชื่อ อุโลกกุมาร มีความสอดคล้องกับ ติโลก อันเป็นพระนามของ

               เจ้าพระญาติโลกราช กษัตริย์แห่งล้านนาเชียงใหม่


                       (๒)  “จึงให้มารับเอาเจ้าอุโลกกุมารราชาภิเศกให้เปนพระยาศรีธรรมาโสกราช ในเมืองหริภุญไชย”



                             มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง


                                                        หน้า ๓๒
   315   316   317   318   319   320   321   322   323   324   325