Page 343 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 343
ภาพด้านล่างของเขากองหิน มีลำห้วย หรือ วังน้ำ แทรกผ่านระหว่างภูเขา และเป็นทางเดินช้างของ
ชาวเมืองลับแล เรียกว่า คับช้าง
จากบริบทข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่บริเวณ “บ้านคีรีสีลหัวนาด่านอ่าย” ที่อยู่ทางทิศเหนือของ ดาน
่
กำแพงอิฐ หรือบ้านกองหิน ที่อยู่ใต้ด่านกำแพงอิฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องกันนั้น ล้วนทำให้สันนิษฐานได้ว่า
พื้นที่ “วังกองหาน” หรือ “วังกองหิน” มีสภาพเป็น “ช่องระหว่างภูเขา” ริมห้วย มีสัณฐานเป็น “คับช้าง”
ี
หรือเส้นทางการเดินช้างของเมืองลับแล และน่าจะเป็นพื้นที่เดียวกับ วังกองหาน ในตำนานพื้นเมืองเชยงใหม่ท ี่
พระเจ้าติโลกราช รบชนะชาวชะคราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง
(๒) “ ชะคราว ” หมายถึงกลุ่มใด ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร กล่าวว่า “ ชะคราว หรือ
ชาคราว ” ตรงกับคำว่า “ ชากังราว ” ที่ถูกระบุในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า พ.ศ. ๑๙๙๔ เจ้าพระญาต ิ
โลกราชจัดขบวนทัพมาอพยพผู้คนชาวเมืองสองแคว(พิษณุโลก) ผ่านทุ่งยั้งเมืองฝาง และตรงกับพระราช
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า “ศักราช ๘๑๓ มะแมศก (พ.ศ. ๑๙๙๔) ครั้งนั้นมหาราชมาเอาเมืองชากัง
ราวได” คำว่า “ชากังราว” ยังพ้องกับคำว่า “ ซาก + กัง(กั้ง) ” หมายถึง เมืองซากที่อยู่บริเวณดานชายแดน
่
้
รัฐสุโขทัยกับเขตเมืองแพร่-น่าน ตรงกับชื่อเมืองที่ท้าวยี่กุมกาม เจ้าเมืองเชียงราย เทครัวอพยพชาวเมือง
เชียงรายลงมาอยู่เมื่อ พ.ศ. ๑๙๔๘ และจากคำว่า ‘ชะคราว’ ยังคล้ายกับคำเขมรที่เป็นแอ่งรองรับสายน้ำทไหล
ี่
้
ผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่บริเวณทลุ่มต่ำซึ่งมีแนวหินซ้อนกันเป็นขอบเขื่อนกั้นสายน้ำให้ไหลไปตามที่ตองการในเขต
ี่
ึ
้
ิ
อุทยานแห่งชาตเขาพระวิหารคือ “สระตราว หรือ ห้วยตราว” คำว่า “สระตราว” (ภาษาเขมร) จงคลายกับ
คำว่า “ชะคราว” หรือตรงกับคำว่า “ชากังราว” อันสะท้อนภูมิประเทศของพื้นที่ของเมืองลับแลที่มีภูเขาและ
ี
่
็
ลำน้ำหลายสาย บางท้องที่มีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเปนแอ่งหรือสระ ที่เรียกว่า ‘หนองไผ’ ใกล้กับม่อนเชยงใหม่
มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง
หน้า ๕๕