Page 132 - ธรรมะบรรยาย1525
P. 132
ุ
ิ
ขั้นโน้น มันก็ต้องขัดแล้วขัดอีก ขัดจนกระทั่งเป็นวิสทธิ์ คือบรสุทธิ์หมดจด มันจะท าได้อย่างนั้นต้อง
ใช้พลังงานมาก ๆ ปฏิบัติแล้วปฏิบัติอีก ขัดแล้วขัดอีก ขัดกายขัดใจของเราอยู่อย่างนี้แหละ มันก็
ต้องมีขาวบ้างละ ขาวนี้ก็ต้องสกปรกบ้างละ แต่ว่าเมื่อสกปรก เรารู้ว่าสกปรกสวนไหนก็ขัดส่วนนั้น
่
เมื่อขาวแล้วก็ไม่ต้องท ามัน คนเราเกิดมาเมื่อเกิดมาแล้วมันก็ต้องมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จาก
ปุถุชนคนธรรมดามากลายเป็นกัลยาณชน กัลยาณชนก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แก้ไขเรื่อย ๆ บกพร่อง
ตรงไหนก็แก้ไขพัฒนาไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็เป็นอริยชน ห่างไกลจากสิ่งสกปรก ห่างไกลจากสิ่งเศร้า
หมอง ห่างไกลจากกิเลสต่าง ๆ มันก็ห่างไกลไปเรื่อย ๆ เข้าสู่โสดาปฏิมรรค เข้าสู่ทางที่ด าเนินไปสู่
โสดาปฏิผล อันนี้ก็ต้องค่อย ๆ ขัดเกลาไปเรื่อย ๆ มันก็จะใสขึ้นมาเรื่อย ๆ
การพัฒนาจิตของเราก็พัฒนาจากที่มีชีวิตอยู่นี่แหละ เมื่อพัฒนาอย่างนี้มันก็จะต้องใสขึ้น
เรื่อย ๆ จิตใสเป็นบุญ จิตขุ่นเป็นบาปที่พูดบ่อย ๆ ถ้าหากเรายังมีจิตขุ่นอยู่แสดงว่าเรายังเกลือกกลั้ว
กับสิ่งสกปรก ทาให้จิตของเราก็ต้องหมกมุ่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่าง มันก็เลยด า มันก็เลยสกปรก
เรียกว่าใจสกปรก เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมาทาใจให้สะอาด ใจสะอาดมันถึงจะเป็นบุญ ใจสกปรกไม่
เป็นบุญ เราต้องท าบ่อย ๆ ขัดบ่อย ๆ ขัดยังไง สวดมนต์เข้าไป นั่งสมาธิเข้าไป เดินจงกรมเข้าไป
รักษาศีลเข้าไป “รักษาศีล” หมายความว่า เราทาดีแล้วก็ท าให้เป็นปกติ ให้เป็นอุปนิสัย เมื่อทาเป็น
อุปนิสัยมากเข้ามากเข้าก็จะเป็นนิสัย เมื่อเป็นนิสัยก็ติดตัวของเราเป็นวาสนา มันก็ไปกับเรา มันเป็น
นิสัย บุคคลนั้นถึงต่างกัน ที่ต่างกันก็เพราะเราเอาอะไรเข้าไป เอาอะไรเข้าไปขัด เอาอะไรไปแต้มมัน
เอาอะไรไปใส่มัน มันก็เลยเป็นนิสัย พฤติกรรมของเราก็บ่งบอกมาอย่างนั้น เราเอาเข้าไปทุกวัน ๆ
เข้าหลายครั้งหลายหน จิตก็เลยพอกพูนขึ้นมา เมื่อจิตพอกพูนขึ้นมามากเทาไหร่ก็เป็นอุปนิสัยติด
่
ั
ี่
ู่
อยู่ในจิตใน ทสุดก็เป็นนิสย “นิสัย” คือสิ่งที่เราท าแล้วนอนเนื่องอยในจิตของเรา เมื่อเป็นนิสัยแก้
แล้วยาก ขัดยากถูยาก ถูแล้วถูอีก ๆ กว่ามันจะขาวขึ้นมาได้
การปฏิบัติธรรมก็คือการมาขัดจิตมาขัดใจของเรา ใจกับจิตคืออันเดียวกัน เหมือนกับพ่อ บิดร
บิดา ปาป้า แดดดี้ เรียกไปก็เยอะแยะ ม๊าม๊า มามี๊ ว่าไป กินข้าว รับประทานข้าว เสวยข้าว ฉันข้าว
ิ
ื่
ก็ว่าไป ความหมายเหมือนกัน เพราะฉะนั้น การว่าจตก็ดี การว่าใจก็ดี เพอไม่ให้มันซ้ ากันก็เลยพูด
๒ ครั้ง ใจก็ได้จิตก็ได้ลักษณะนี้แหละ เพราะฉะนั้น การพัฒนาจิตของเราก็ต้องท าบ่อย ๆ ขัดบ่อย ๆ
ถูบ่อย ๆ ในที่สุดมันก็ใสจนได้ละ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมสัญจร สาธุ สาธุ
สาธุ อนุโมทามิ
๑๓๒