Page 1259 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1259
1247
้
ุ
่
มาตรา ๑๔/๑ “เพือประโยชนในการปองกันและปราบปรามการค้ามนษย์ การบังคับใช้
์
ุ
ี
ื
ิ
ื
ุ
แรงงาน หรอบรการ และการช่วยเหลอค้มครองผู้เสยหายให้ค าว่า “ค้ามนษย์ ” ในหมวด ๓ และหมวด
ื
๔ หมายความรวมถง “บังคับใช้แรงงานหรอบรการ” ด้วย
ิ
ึ
ี
ให้น ากฎหมายว่าด้วยวิธพิจารณาคดค้ามนษย์มาใช้บังคับกับการพิจารณาคดบังคับใช้
ี
ุ
ี
ุ
ิ
ื
แรงงาน หรอบรการด้วยโดยอนโลม”
มาตรา ๕๒ บัญญัติว่า “ผู้ใดกระท าความผิดฐานค้ามนุษย์ ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่สี่ปีถึง
สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระท าแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี
ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่หกปีถึงสิบสองปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถึงสองแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระท าแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ต้องระวางโทษ
จ าคุกตั้งแต่แปดปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท”
และมาตรา ๕๒/๑ “ผู้ใดกระท าความผิดตามมาตรา ๖/๑ ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่หกเดือน
ถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาทต่อผู้เสียหายหนึ่งคน หรือทั้งจ าทั้งปรับ
ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระท าได้รับอันตรายสาหัสหรือ เป็นโรค
ร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่แปดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดแสนบาท
ถึงสองล้านบาท หรือจ าคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระท าถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษ
จ าคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
ถ้าการกระท าความผิดตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม เป็นกรณีที่ผู้บุพการี ให้
ิ
ผู้สืบสันดานท างานหรือให้บริการเพราะเหตุความยากจนเหลือทนทาน หรือเมื่อพจารณาถึงสภาพความผิด
หรือเหตุอนควรปรานีอนแล้ว ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายก าหนดหรือไม่ลงโทษผู้กระท าความผิด
ื่
ั
เลยก็ได้”
การกระท าความผิดฐานค้ามนุษย์ส่วนใหญ่ มักจะรวมเอาความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญาเข้าไปด้วยโดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะ
๙ - ๑๑ หมวด ๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ส่วนมาตรา ๓๑๒ ได้บัญญัติความผิดเกี่ยวกับทาสไว้
ื่
โดยตรงว่า “ผู้ใดเพอจะเอาคนลงเป็นทาสหรือให้มีฐานะคล้ายทาส น าเข้าในหรือส่งออกไปนอก
ราชอาณาจักร พามาจากที่ใด ซื้อ ขาย จ าหน่าย รับหรือหน่วงเหนี่ยวซึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลใด ต้องระวางโทษ
จ าคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท”

