Page 1262 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1262
1250
ั
ิ
จ าเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังมิได้พพากษาว่ามีความผิด ศาลจึงต้องฟงพยานหลักฐานจนปราศจาก
ข้อสงสัยว่าจ าเลยได้กระท าผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษได้ (Proof Beyond Reasonable Doubt)
้
ส่วนปัญหาว่าศาลจะยกฟองโดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จ าเลยตามประมวลกฎหมายวิธี
พจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ ได้หรือไม่นั้นผู้เขียนเห็นว่า แม้ว่าโดยหลักการในระบบไต่สวนศาลจะมี
ิ
อานาจค้นหาความจริงและหากศาลมีข้อสงสัยในประเด็นใด ก็สามารถเรียกหรือสั่งให้แสวงพยานหลักฐานมา
ี
ื่
เพิ่มเติมเพอให้เกิดความกระจ่างได้ และหากไม่มพยานหลักฐานที่ชัดแจ้งก็เป็นเรื่องที่พยานหลักฐานไม่มีน้ าหนัก
ี
เพยงพอให้ลงโทษจ าเลยได้ จึงไม่มีกรณีที่ต้องสงสัยก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติจริงคงเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีเหตุให้
ิ
สงสัยเอาเสียเลยในทุกเรื่อง การที่พระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๘ บัญญัติให้น า
ั
บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกบบทบัญญัติตาม
ิ
พระราชบัญญัตินี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า มิได้ถือเอาระบบไต่สวนมาใช้
บังคับแบบเคร่งครัด แต่เป็นการน าข้อดีของทั้งสองระบบมาใช้ผสมผสานกัน ดังนั้นในการชั่งน้ าหนัก
ิ
พยานหลักฐานจึงสามารถน าประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรคสองมาใช้ในคดีค้า
มนุษย์ได้ เพราะมิได้เป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีค้ามนุษย์พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่
ิ
ิ
อย่างใด เนื่องจากพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นเรื่องใหม่และมีกระบวนวิธีพจารณา
ิ
ที่แตกต่างไปจากวิธีพจารณาคดีอาญาที่ใช้มายาวนาน กระบวนการนับแต่ชั้นจับกุมจนเสร็จสิ้นกระบวน
ั
ิ
พจารณาในชั้นศาล เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานตั้งแต่ต ารวจ พนักงานอยการ ทนายความ พยาน ล่าม
ื่
นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรืออาจมีองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอนๆ เข้าร่วมด้วย อกทั้งการปรับเปลี่ยน
ี
บทบาทศาลให้มาเป็นผู้ไต่สวนเอง ย่อมก่อให้เกิดข้อติดขัดในทางปฏิบัติอยู่พอสมควร
กรณีศึกษา
ิ
ในช่วงปี ๒๕๖๒ ที่ผู้เขียนปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสระบุรี มี
ปริมาณคดีค้ามนุษย์เข้าสู่การพิจารณาของศาลจังหวัดสระบุรีอยู่หลายเรื่อง แม้ว่าพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี
ิ
ิ
ค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๘ ก าหนดให้น าระบบไต่สวนมาใช้ในการพจารณา แต่กลับพบว่าผู้พพากษาส่วน
ใหญ่ยังคงใช้ระบบสืบพยานโดยคู่ความเหมือนเช่นคดีอาญาทั่วไป สาเหตุน่าจะมาจากส านักงานศาลยุติธรรมมิได้
จัดอบรมความรู้ในการปฏิบัติงานจริงให้กับผู้พพากษา นอกจากนี้ยังพบว่า ในการตีความตัวบทกฎหมายในบาง
ิ
เรื่องก็ยังไม่เป็นที่ยุติท าให้กระบวนพิจารณาล่าช้าออกไป ซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
๖ คู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ น. ๓๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐)

