Page 1265 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1265
1253
มาใช้แต่เฉพาะในชั้นพจารณาของศาลเท่านั้น ส่วนกระบวนการในชั้นต ารวจและพนักงานอยการซึ่งเป็น
ั
ิ
กระบวนการเริ่มต้นที่ส าคัญ ยังคงด าเนินไปในรูปแบบเดิม โดยที่ศาลมิได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเหมือนเช่นระบบไต่
สวนของประเทศฝรั่งเศส ย่อมท าให้ศาลไม่อาจล่วงรู้ถึงปัญหาหรือรายระเอียดในกระบวนการดังกล่าวได้เลย แม้
๗
ิ่
ศาลจะมีอานาจสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลใดตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพมเติม แล้วรายงานให้ศาล
ทราบ และจัดส่งพยานหลักฐานดังกล่าวต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลก าหนดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี
ค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๙ ก็ตาม แต่การที่คดีผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวนจนเข้าสู่กระบวนพิจารณา
ในชั้นศาลแล้วนั้น ในทางปฏิบัติจึงล่วงเลยเวลาและเป็นเรื่องยากที่ศาลจะรู้ได้ว่า ยังมีพยานหลักฐานส าคัญที่
ี
ื่
เกี่ยวข้องอนใด ที่พนักงานสอบสวนไม่ได้รวบรวมเข้าสู่ส านวนอกหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ
หรือพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือหากกรณีที่ศาลมีข้อสงสัยและสั่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวม
พยานหลักฐานเพมเติม กระบวนการก็อาจต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่จนท าให้เกิดความล่าช้า ดังนั้น การที่ศาล
ิ่
ไม่มีบุคลากรท าหน้าที่ตรวจสอบหรือกลั่นกรองพยานหลักฐานก่อนด าเนินกระบวนพจารณาก็ถือเป็นอปสรรคที่
ิ
ุ
ส าคัญอย่างหนึ่งต่อการน าระบบไต่สวนมาใช้ในการพจารณา และแม้ว่าปัจจุบันส านักงานศาลยุติธรรมจะจัดตั้ง
ิ
แผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญาแล้วก็ตาม แต่ในศาลอนๆ ผู้พพากษายังต้องท าหน้าที่พจารณาคดีอาญาที่ใช้
ิ
ิ
ื่
ระบบกล่าวหาตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาเป็นหลัก จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากหากจะต้อง
ิ
ิ
ิ
เปลี่ยนมาด าเนินกระบวนพจารณาโดยใช้ระบบไต่สวนเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อกทั้งผู้พพากษาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มี
ี
พื้นฐานความรู้ในระบบไต่สวนมาก่อน และหากมีการน าระบบกล่าวหาส่วนหนึ่งส่วนใดมาใช้ในการพิจารณาคดีค้า
มนุษย์ก็อาจมีปัญหาข้อกฎหมายว่า การด าเนินกระบวนพจารณาในส่วนนั้นจะขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติวิธี
ิ
พิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ หรือไม่ เช่นการสืบพยาน การชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานเป็นต้น ดังนั้น หากจะ
ิ
ให้การด าเนินกระบวนพจารณาคดีค้ามนุษย์สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายอย่างแท้จริง ผู้เขียนเห็นว่า
ควรให้คดีค้ามนุษย์ทุกคดี อยู่ในอานาจพจารณาพพากษาของศาลที่จัดตั้งแผนกคดีค้ามนุษย์โดยเฉพาะเท่านั้น
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
ั้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้พพากษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้พจารณา อกทงในปัจจุบันคดีค้ามนุษย์มี
ิ
ิ
ปริมาณไม่มากนักหากเทียบกับคดีอาญาทั่วไป นอกจากนี้การน าคดีค้ามนุษย์มารวมพจารณาที่ศาลพเศษ
ื่
ิ
เฉพาะทาง ยังท าให้สามารถก าหนดจ านวนองค์คณะผู้พพากษา และเพิ่มจ านวนบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพอท า
หน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังสะดวกต่อการอบรมความรู้ รวบรวมข้อมูลเพื่อแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข
สอบสวน (requisitoire introductive) เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งที่ใช้พิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา การ
สอบสวนโดยผู้พิพากษามีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคดีที่มีความซับซ้อนยุ่งยาก เพราะผู้พิพากษาจะมีอ านาจมากกว่า
พนักงานอัยการ เช่น การสั่งขยายระยะเวลาในการควบคุมตัวผู้ต้องหา ออกหมายค้น หมายจับ หมายอายัด หรือการขอความเห็น
จากพยานผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

