Page 1264 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1264

1252

                 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพกถอนกระบวนพจารณา แล้วนัดสืบพยานโจทก์ประกอบค ารับสารภาพต่อไป
                                            ิ
                                                         ิ
                                                                      ั
                 (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสามกฎหมายก าหนดอตราโทษไว้ให้จ าคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปีและ
                 ปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจ าคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ส่วนอัตราโทษตามพระราชบัญญัติ

                 ป้องการและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑  มาตรา ๕๒ ก าหนดอตราโทษสูงสุดในวรรคสามต้องระวาง
                                                                           ั
                 โทษจ าคุกตั้งแต่แปดปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท)

                                                                                                  ั
                                            ั
                            เป็นที่น่าสังเกตว่า อตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม สูงกว่าอตราโทษ
                 ตามพระราชบัญญัติป้องการและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๕๒ หากกระท าความผิดตาม

                 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม เพียงอย่างเดียวต้องน าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                 มาใช้บังคับ กล่าวคือต้องสืบพยานประกอบค ารับสารภาพ แต่หากกระท าความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยจะต้องใช้

                            ิ
                 กฎหมายวิธีพจารณาคดีค้ามนุษย์มาใช้บังคับ ส่วนการลงโทษก็ต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็น
                 กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ท าให้เห็นความลักลั่นของกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกันและมีปัญหาในทางปฏิบัติ

                            แต่อย่างไรก็ดี กรณีนี้มีค าพพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๑๔/๒๕๒๙ วางหลักไว้ให้ถืออตราโทษอย่างต่ า
                                                                                           ั
                                                 ิ
                 เป็นเกณฑ์ แม้จะมีอตราโทษอย่างสูงอยู่ด้วยก็ตาม ก็ต้องถือตามอตราโทษอย่างต่ า ผู้เขียนจึงขอให้ท่านอธิบดี
                                 ั
                                                                     ั
                 ภาค ๑ ทบทวนในเรื่องนี้ ซึ่งต่อมาท่านอธิบดีได้น าเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมอนุ ก.บ.ศ. และที่ประชุมได้มีมติเสียง

                                               ิ
                 ข้างมากให้ถือตามพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓ และมาตรา ๒๕ กล่าวคือ ใน
                 ชั้นพิจารณา ถ้าจ าเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่กรณี

                 มีเหตุอนควรสงสัยว่าจ าเลยไม่ได้กระท าความผิด หรือคดีที่มีข้อหาความผิดซึ่งจ าเลยรับสารภาพนั้นกฎหมาย
                       ั
                 ก าหนดอัตราโทษอย่างต่ าให้จ าคุกตลอดชีวิตหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟงพยานหลักฐานโจทก์
                                                                                      ั
                 จนกว่าจะพอใจว่าจ าเลยได้กระท าความผิด

                                                                            ิ
                            จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การที่พระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙
                 ก าหนดให้น าระบบไต่สวนมาใช้ในคดีค้ามนุษย์นั้น ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่พอสมควร เนื่องจากทั้งต ารวจ

                 ทนายความ และพนักงานอยการ หรือแม้กระทั่งผู้พพากษาส่วนใหญ่ยังคุ้นชินกับระบบกล่าวหาที่ต ารวจมีหน้าที่
                                      ั
                                                         ิ
                 สืบสวนสอบสวนแสวงหาพยานหลักฐานรวบรวมมาให้พนักงานอยการ เพอให้พนักงานอยการน าเสนอต่อศาล
                                                                           ื่
                                                                    ั
                                                                                       ั
                 โดยมีทนายความฝ่ายจ าเลยท าหน้าที่แก้ต่าง ส่วนศาลมีหน้าที่เพียงรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความน าเสนอเท่านั้น
                 มิได้มีความเชี่ยวชาญในการค้นหาความจริงหรือการซักถามพยานเอง ทั้งการที่กฎหมายบัญญัติให้น าระบบไต่สวน



                        ๗  ระบบไต่สวนของประเทศฝรั่งเศส ผู้พิพากษาจะเข้ามามีบทบาทในชนสอบสวนที่เรียกว่า การสอบสวนโดยผู้พิพากษา
                                                                       ั้
                 (juge d'instruction) โดยในคดีที่มีโทษจ าคุกอย่างสูงเกิน ๑๐ ปี พนักงานอัยการอาจใช้ดุลพินิจร้องขอให้ผู้พิพากษาเข้าร่วมท าการ
   1259   1260   1261   1262   1263   1264   1265   1266   1267   1268   1269