Page 1294 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1294
๑๒๘๒
ปัญหาและอุปสรรค
ิ
ิ
ิ
การที่ศาลจะใช้มาตรการพเศษแทนการพจารณาพพากษาคดีส าหรับเด็กและเยาวชน
ิ
ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒55๓
มาตรา ๙0 โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้เสียหายและผู้เสียหายอาจรับการชดเชยเยียวยาตามสมควร
ิ
หลักเกณฑ์ความยินยอมของผู้เสียหายโดยการน ากระบวนพจารณาคดีเชิงสมานฉันท์มาใช้ในการพจารณา
ิ
ื้
จัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟเด็กและเยาวชนตามมาตรา ๙0 ซึ่งต้องน าสาเหตุการกระท าความผิดของเด็ก
ู
ิ
และเยาวชนมาพจารณาจัดท าแผนดังกล่าว เพอท าให้เด็กและเยาวชนที่ส านึกผิดพร้อมที่จะกลับตนเป็น
ื่
ู
ื้
พลเมืองดีและผู้ปกครองสนับสนุนในการด าเนินการตามแผนฟนฟ กลับมีเหตุขัดข้องอนสืบเนื่องมาจาก
ั
ผู้เสียหายไม่มาศาลตามก าหนดนัดอาจเกิดจากไม่ติดใจด าเนินคดีกับเด็กและเยาวชน หรือผู้เสียหายได้รับ
การเยียวยาจากฝ่ายเด็กและเยาวชนหรือผู้กระท าความผิดเป็นที่พอใจแล้ว หรือผู้เสียหายไม่มีเงินค่าใช้จ่าย
ุ
ั
ในการเดินทาง ไม่มีอปกรณ์ติดต่อสื่อสาร หรือคดีเกี่ยวกับเพศผู้เสียหายเกิดความอบอาย หรือผู้เสียหายไม่
มีเวลามาศาลเพราะต้องท ามาหาเลี้ยงชีพ หรือเป็นกรณีที่ผู้เสียหายผูกใจเจ็บแค้นเด็กและเยาวชนแม้จะ
ได้รับเยียวยาตามสมควรแล้วยังคงประสงค์ที่จะให้เด็กและเยาวชนได้รับโทษทางอาญา หรือผู้เสียหายไม่
ทราบว่ากฎมายก าหนดให้ผู้เสียหายต้องให้ความยินยอมศาลจึงจะน ามาตรการตามมาตรา ๙0 มาใช้แก่เด็ก
และเยาวชนได้
การแก้ไขบ าบัดฟนฟูเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิดจะต้องศึกษาถึงสาเหตุแห่งการกระท า
ื้
ความผิดของเด็กและเยาวชนแล้วน ามาจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟตามค าสั่งศาลโดยมีเด็กและเยาวชน
ู
ื้
บิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กและเยาวชนเป็นส่วนส าคัญ และมีสถานพนิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ิ
ื้
นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ช่วยและสนับสนุนให้การด าเนินการตามแผนฟนฟส าเร็จ
ู
ื้
ู
แม้ผู้เสียหายจะมิใช่ปัจจัยส าคัญในการแก้ไขบ าบัดฟนฟเด็กและเยาวชนโดยตรงก็ตาม แต่เนื่องจาก
กระบวนการยุติธรรม เชิงสมานฉันท์ให้ความส าคัญแก่ผู้เสียหาย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการแก้ไขบ าบัดฟนฟ ู
ื้
ผู้กระท าผิดให้มีพฤติกรรมที่ดีต่อผู้เสียหายและชุมชนสามารถยอมรับให้กลับไปใช้ชีวิตในชุมชนหรือสังคม
ต่อไปได้ โดยไม่ถูกตีตราหรือกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายไปตลอดชีวิตจนไม่อาจกลับตัวเป็นคนดีและใช้ชีวิตเป็น
ปกติในสังคมได้ ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมสมานฉันท์ที่น ามาใช้และบัญญัติอยู่ตามมาตรา ๙๐ จึงเป็นการ
รักษาสมดุล ของชุมชนและสังคมให้มีทั้งความปลอดภัยและมีการชดเชยเยียวยาความเสียหายให้แก่เหยื่อ
ไปพร้อมกัน มิฉะนั้น เหยื่อก็อาจจะถูกกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักละเลย ไม่ค่อยให้ความสนใจ
เท่าที่ควร ย่อมน าไปสู่ความไม่ปกติสุขและสันติทั้งต่อตัวผู้กระท า เหยื่อ และชุมชน
อย่างไรก็ตาม การก าหนดให้ผู้เสียหายยินยอมและได้รับการชดเชยเยียวยามาเป็นเงื่อนไขใน
การใช้มาตรการพเศษแทนการพจารณาพพากษาคดีตามมาตรา ๙0 แม้ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับ
ิ
ิ
ิ
ิ
เจตนารมณ์ในการตราพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
ิ
พ.ศ.๒55๓ ที่ก าหนดให้การพจารณาพพากษาคดีเด็กและเยาวชนให้ศาลค านึงถึงสวัสดิภาพและอนาคต
ิ
ของเด็กและเยาวชนซึ่งควรจะได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน สงเคราะห์ให้กลับตนเป็นพลเมืองดียิ่งกว่าการ
ลงโทษตามมาตรา ๑๑๙ ทั้งเด็กและเยาวชนเป็นบุคคลไร้ความสามารถมิอาจก่อนิติสัมพนธ์ใด ๆ ด้วยตนเองได้
ั
่
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา ๑5๗๔ อกทงหากบิดามารดาของเด็กและเยาวชนที่กระท า
ั้
ี
ความผิดประมาทเลินเล่อ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องให้บิดามารดาของเด็กและเยาวชนนั้นรับผิดแก่ผู้เสียหาย
ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๙ ก็ตาม ก็เนื่องจากกฎหมายมีความประสงค์ต้องการ
ให้ผู้เสียหายมีสิทธิมีเสียงในการเรียกร้องให้มีการชดเชยเยียวยาและรวมถึงการก าหนดมาตรการหรือ
เงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะให้เด็กและเยาวชนปฏิบัติตามแผน เพื่อให้ผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น

