Page 1295 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1295
๑๒๘๓
ดังนั้น ในการประชุมจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูตามมาตรา ๙๐ จึงมีความจ าเป็นที่จะต้องมีตัวผู้เสียหายอยู่
ในการประชุมจนกระทั่งให้ความเห็นชอบในแผนดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามผู้เสียหายอาจมอบอานาจให้
บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่ผู้เสียหายไว้วางใจเข้าร่วมประชุมดังกล่าวได้หากผู้เสียหายมีวุฒิภาวะ
ื่
ี
ิ
เพยงพอ หรืออาจมีการใช้สื่ออเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีอน รวมทั้งแม้แต่การติดต่อกันทางโทรศัพท์
ื่
ื่
เพอให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของการประชุมเพอจัดท าแผนดังกล่าว มิใช่เป็นการประชุมเฉพาะ
ั
แต่เพยงผู้กระท าผิด ผู้ประสานการประชุม และนักจิตวิทยาเท่านั้น อนอาจมีปัญหาของความชอบของ
ี
กระบวนการจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟและแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้
ื้
ู
ู
ื้
ศาลเยาวชนและครอบครัวยังมีกระบวนการให้ผู้กระท าความผิดเยียวยาผู้เสียหายโดยจัดให้มีศูนย์คุ้มครอง
สิทธิผู้เสียหายซึ่งจะอธิบายสิทธิที่ผู้เสียหายจะได้รับรวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งนี้ศาลอาจหมายเรียกให้
เด็กหรือเยาวชนและบิดามารดา ผู้ปกครองมาเจรจาตกลงการชดเชยเยียวยากับผู้เสียหายท าให้ผู้เสียหาย
กับเด็กหรือเยาวชนและบิดามารดา ผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจ หากผู้เสียหายไม่สามารถตกลงกับฝ่ายเด็ก
หรือเยาวชนได้ ผู้เสียหายยังมีสิทธิยื่นค าร้องขอให้ผู้กระท าความผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๔/๑
จากเหตุดังกล่าวข้างต้นความยินยอมและการมีอยู่ของผู้เสียหายในการจัดท าแผนแก้ไขบ าบัด
ฟื้นฟูจึงเป็นปัญหาและอุปสรรคในการใช้มาตรการพิเศษแทนการพิจารณาพพากษาคดีตามมาตรา ๙0
ิ
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป
การกระท าผิดของเด็กและเยาวชนเกิดจากสภาพร่างกายและจิตใจ การขาดความยับยั้ง
ช่างใจ สติปัญญาและความสามารถ ความรับผิดชอบ การศึกษาเล่าเรียน พฤติกรรมการเลียนแบบที่ไม่ถูก
ิ
ิ
ื่
ท านองครองธรรม และปัญหาอน ๆ การน ามาตรการพเศษแทนการพจารณาพพากษาคดีตาม
ิ
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒55๓
ิ
้
ื่
มาตรา ๙0 มาใช้เพอแกไขบ าบัดฟนฟเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิด ซึ่งกฎหมายให้ใช้กับคดีที่เด็กและ
ื้
ู
ั
เยาวชนกระท าความผิดอาญาที่มีอตราโทษไม่เกินยี่สิบปีและกรณีที่มีผู้เสียหายจะต้องได้รับความยินยอม
จากผู้เสียหายนั้น พบว่าทางปฏิบัติเกิดปัญหาและอปสรรคไม่อาจน ามาตรการดังกล่าวมาใช้ได้ เนื่องจาก
ุ
ื้
ผู้เสียหายไม่มาศาล หรือไม่ให้ความยินยอม จึงท าให้ศาลไม่สามารถสั่งให้มีการจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟ ู
ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒55๓
ิ
ิ
มาตรา ๙๐ ได้ อนเป็นผลท าให้ต้องสั่งใช้มาตรการพเศษแทนการพพากษาตามมาตรา ๑๓๒ แทน ทั้งที่
ั
ิ
ิ
มาตรการพเศษตามมาตรา ๙0 เป็นเครื่องมือส าคัญของศาลเยาวชนและครอบครัวที่ท าให้ศาลสามารถ
ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของการตราพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชน
ิ
ื้
และครอบครัว พ.ศ. ๒55๓ ที่มุ่งเน้นแก้ไขบ าบัดฟนฟเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิดให้กลับตนเป็น
ู
ั้
พลเมืองดี สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป อีกทง
ผู้เสียหายได้รับการชดเชยเยียวยา ทั้งผู้กระท าและผู้เสียหายสามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมได้
อย่างปกติสุข ชุมชนพร้อมรับผู้กระท าและผู้เสียหายกลับไปอยู่โดยไม่มีความหวาดระแวงว่าจะเกิดการ
กระท าผิดเช่นนั้นอก ชุมชนและสังคมแห่งนั้นย่อมมีความสันติสุข กรณีศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวพบว่า
ี
ิ
ิ
ิ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพรน ามาตรการพเศษแทนการพจารณาพพากษาคดีตามมาตรา ๙0
มาใช้ได้น้อยมาก เนื่องจากผู้เสียหายไม่มาศาลตามก าหนดนัด หรือมาศาลแต่ไม่ให้ความยินยอมเพราะยัง
โกรธเคืองเด็กและเยาวชนแม้ผู้เสียหายจะได้รับการชดเชยเยียวยาตามสมควรแล้ว หรือผู้เสียหายยังไม่รับ

