Page 1289 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1289
๑๒๗๗
๒. ท าให้ครอบครัวได้รับรู้พฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในความปกครอง และรับรู้ว่าตนเอง
ื่
ปล่อย ปละละเลย หรือเข้มงวดกับเด็กและเยาวชนเกินไป เพอเป็นช่องทางท าให้ครอบครัว ปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมการเลี้ยงดู และเอาใจใส่เด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสม
ู
๓. ท าให้ผู้เสียหายได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเด็กและเยาวชนที่กระท าผิด เพราะการพดคุย
ี
อาจท า ให้ทราบได้ว่า การกระท าที่เกิดขึ้นเป็นเพยงความคึกคะนองตามวัย หรือเพราะปัญหาครอบครัว
่
หาใช่เพราะเด็กหรือเยาวชน ของเด็กหรือเยาวชนนั้นเอง เช่น ความยากจน พอแม่หย่าร้าง เป็นคนจิตใจ
ั
ชั่วร้าย กระบวนการเช่นนี้จึงนับว่าเป็นการเปิดช่องให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้ซึ่งกน และกัน อันจะน าไปสู่การ
ส านึกผิดและขอโทษอย่างจริงใจ และเกิดการให้อภัยกันด้วยความเข้าใจกัน
๔. ท าให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและแสวงหาแนวทางเพอ
ื่
การ แก้ไขจ าเลย รวมทั้งเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งจะเป็นแนวทางแก้ไขเยียวยาทั้งในเชิงลึกและอย่างกว้างขวาง
ครอบคลุมประเด็นปัญหาที่เป็นที่มาของการกระท าความผิดของเด็กและเยาวชน และในบางกรณีที่
ื่
ผู้เสียหายเป็นเด็กและเยาวชนเช่นเดียวกัน มาตรการและเงื่อนไขที่ก าหนดเพอการเยียวยาแก้ไขอาจ
สามารถครอบคลุมถึงผู้เสียหายด้วย(ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ. ๒55๓
ไม่สามารถก าหนดมาตรการให้ผู้เสียหายปฏิบัติได้)
ั
5. จ าเลยและผู้เสียหายมีโอกาสแสดงเจตจ านงและความตั้งใจอนแน่วแน่ในการที่จะ
้
ด าเนินการตามแผนการที่ก าหนดเป็นมาตรการและเงื่อนไขที่ใช้ในการแกไขบ าบัดฟื้นฟ ู
6. การประชุมฯ ต้องการการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชน (Community) เพราะการที่
สมาชิกในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าในขั้นตอนการประชุมหรือในขั้นตอนการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบ าบัด
ู
ื้
ฟนฟ เป็นมาตรการและสัญลักษณ์ที่ส าคัญของแนวคิด Restorative Justice และยังเป็นการใช้มาตรการ
ควบคุมก ากับโดยสังคม (Social Control) อกด้วย ดังนั้น ในการใช้แนวคิดและรูปแบบการประชุมนี้
ี
หากปราศจากเสียซึ่งการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้ว การด าเนินการนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเจรจาต่อรอง
ผลประโยชน์กันระหว่างผู้เสียหายกับจ าเลย ซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างไปในทางไกล่เกลี่ยทั่ว ๆ มากกว่า อนึ่ง
ค าว่า ชุมชน (Community) นี้ สามารถมีความหมายได้อย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพ
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละคดี
ิ
๗. ผู้ประสานการประชุมเป็นผู้พพากษาสมทบของศาลเยาวชนและครอบครัวที่ได้รับ
มอบหมาย จะท าหน้าที่วิเคราะห์ ก าหนดตัวบุคคลที่จะเชิญเข้าร่วมการประชุม ในระหว่างการประชุมก็จะ
เป็นเพยงผู้ด าเนินการประชุม ซึ่งหมายความถึงบทบาทหน้าที่ในการเป็นผู้ท าให้เกิดบรรยากาศที่ดีใน
ี
ระหว่างการประชุม ท าให้ทุกคนที่เข้าร่วมการประชุม โดยเฉพาะจ าเลยกับผู้เสียหายรู้สึกเท่าเทียมกนและมี
ั
ศักดิ์ศรี ท าให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมรู้สึกได้ถึงความเป็นกลาง โปร่งใส วางใจได้ จ ากัดขอบเขตของเนื้อหา
ที่ประชุมกันให้อยู่ในกรอบเท่าที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับคดี นั้น ๆ และท าหน้าที่บันทึก สรุปผลการประชุม
ื่
ิ
ื้
ู
การร่างแผนการแก้ไขบ าบัดฟนฟ และรายงานกลับเข้าสู่ส านวนคดีเพอให้ผู้พพากษาเจ้าของส านวนและ
องค์คณะพิจารณาแผนที่เสนอนั้นว่าจะเห็นชอบตามแผนนั้นหรือไม่
ื้
8. สิ่งที่ได้จากการประชุมที่เป็นรูปธรรมสิ่งหนึ่งคือ แผนการแก้ไขบ าบัดฟนฟู ซึ่งคือเอกสารที่
ื้
มี รายละเอยดการด าเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง แก้ไขบ าบัดฟนฟูจ าเลยและหรือเยียวยา
ี
ื่
ผู้เสียหาย รวมทั้งครอบครัว และจะใช้เป็นหลักและแนวทางในการปฏิบัติเพอบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้
โดยได้รับการเห็นชอบจากศาลในคดีนั้นแล้ว แผนการแก้ไขบ าบัดฟนฟจึงเป็นแผนที่ต้องการรายละเอยด
ื้
ี
ู
ื่
เพอสามารถน าไปแปลงเป็นการปฏิบัติได้โดยถูกต้องมีประสิทธิภาพจึงอาจเรียกได้ว่าเป็นแผนปฏิบัติการ
เพื่อน าไปสู่การแก้ไขเยียวยา

