Page 1627 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1627
๑๖๑๔
ิ
ิ
ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยใหญ่) ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งศาลฎีกาในคดีนั้นเป็น
ิ
ที่ปรึกษาคณะท างาน ๑ คน และมีผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษา
ิ
หรือค าสั่งศาลฎีกาในคดีนั้นเป็นคณะท างาน ๑ คน เนื่องจากผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยใหญ่) และ
ิ
ิ
ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ซึ่งท าหน้าที่ดังกล่าวทราบถึงข้อเท็จจริงในส านวนคดีและเนื้อหาของ
ิ
ร่างค าพพากษาที่ตรวจเป็นอย่างดี ในเวลาที่มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมความคิดเห็น
กันในที่ประชุมคณะท างานย่อมสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในส านวนคดีและความเป็นมา
ื่
ิ
ของประเด็นปัญหาที่พจารณาอยู่แก่คณะท างานที่มิได้ตรวจส านวนคดีนั้น เพอให้เกิดความเข้าใจและ
ิ
ความชัดเจนในประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่ได้ และในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในส านวนคดี ผู้ช่วยผู้พพากษา
ศาลฎีกา (ผู้ช่วยใหญ่) ย่อมเป็นผู้ที่ให้ค าปรึกษาแนะน าได้เป็นอย่างดี ดังนี้ การก าหนดตัวบุคคลที่มาท า
หน้าที่ในคณะท างานในต าแหน่งทั้งสองดังกล่าวจึงนับว่ามีความเหมาะสมดีแล้ว แต่ส าหรับการคัดเลือก
ิ
ี
ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) อนอก ๖ คน นั้น พบว่าโดยทางปฏิบัติเลขานุการศาลฎีกาจะ
ื่
ิ
ิ
พจารณาจากบัญชีรายชื่อของผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) โดยใช้วิธีเรียงตามล าดับ ซึ่งแม้จะได้มี
การพจารณาถึงประวัติการศึกษาและสาขาวิชากฎหมายที่จบการศึกษาของผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น
ิ
คณะท างานประกอบด้วยก็ตาม แต่ก็พบว่าในการแต่งตั้งคณะท างานหลายครั้ง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้
เป็นคณะท างานไม่ได้มีความรู้ความถนัดและความสนใจในหัวข้อที่ได้รับแต่งตั้งให้ท าหน้าที่เป็นคณะท างาน
ซึ่งย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการท างานของคณะท างานที่ลดลงได้
๒. ด้านการแบ่งงานภายในกลุ่มของคณะท างาน จากประสบการณการท างานในคณะท างาน
์
ื่
เพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาของผู้เขียน พบว่าในการท างานของ
ิ
ิ
คณะท างานนั้น หลังจากผู้พพากษาในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะท างานแล้ว
ต่างคนต่างศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาข้อกฎหมายส าคัญในคดีที่น าเข้าสู่การพิจารณา
ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามที่ตนได้รับมอบหมาย โดยมิได้มีการประชุมร่วมกันเพอแบ่งงานให้แต่ละคน
ื่
รับไปศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล แสดงให้เห็นถึงการท างานที่ขาดการติดต่อประสานงานกัน เป็นเหตุให้
การศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลมีความซ้ าซ้อนกันและสิ้นเปลืองเวลาโดยไม่จ าเป็น นอกจากนี้ในการ
ท างานยังพบด้วยว่า มีคณะท างานเพยงบางคนที่ต้องรับภาระในการศึกษารวบรวมข้อมูลน ามาเสนอต่อ
ี
ที่ประชุมคณะท างาน อันเนื่องมาจากการที่มิได้มีการตกลงแบ่งงานและกระจายการท างานที่ได้สัดส่วนและ
เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคกันในการท างาน
๓. ด้านทัศนคติของคณะท างานต่องานที่ได้รับมอบหมาย จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการ
ปฏิบัติงานของคณะท างาน พบว่ามีบางกรณีที่ผลการประชุมศึกษาหารือของคณะท างานมีมติเสียงข้างมาก
ไม่เห็นด้วยกับผลของคดีตามร่างค าพพากษาศาลฎีกา คณะท างานมีท่าทีในการน าเสนอข้อมูลและให้เหตุผล
ิ
ิ
ประกอบไปในลักษณะของการชี้น าโน้มน้าวให้ผู้พพากษาศาลฎีกาเจ้าของส านวนทบทวนความเห็นตามร่าง
ค าพิพากษาศาลฎีกาไปในทางความเห็นเดียวกันกับคณะท างาน ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่เกินเลย
ไปจากขอบเขตอานาจหน้าที่ของคณะท างาน คณะท างานจึงควรต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของคณะท างาน
ที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนข้อมูลและควรใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความเหมาะสม

