Page 1626 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1626
๑๖๑๓
ิ
ื่
ิ
ี
ผู้พพากษาศาลฎีกาจึงมีส่วนช่วยให้ผู้พพากษาศาลฎีกามีฐานข้อมูลทางวิชาการที่เพยงพอเพอใช้ประกอบ
การตัดสินใจในการวินิจฉัยคดี เพราะท าให้ได้รับข้อมูลรอบด้าน ส่วนในประเด็นเรื่องที่มีการก าหนดให้
คณะท างานแสดงความคิดเห็นและลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างค าพิพากษาศาลฎีกาเสนอ
ิ
ิ
ประกอบการพจารณาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาด้วยนั้น ผู้พพากษาศาลฎีกาทั้งห้าท่านได้ให้ความเห็น
ี
ท านองเดียวกันว่า ผลของมติของที่ประชุมคณะท างานเป็นเพยงความคิดเห็นเบื้องต้น ไม่ได้มีผลเป็น
การผูกมัดการวินิจฉัยคดีและการตัดสินคดีของผู้พพากษาศาลฎีกา และโดยภาพรวมแล้วผู้พพากษาศาลฎีกา
ิ
ิ
มองว่ามติดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลประกอบที่แจ้งให้ทราบว่าคณะท างานมีความเห็นเกี่ยวกับร่างค าพิพากษา
นั้นอย่างไรเท่านั้น ซึ่งมีหลายครั้งที่แม้มติของที่ประชุมคณะท างานจะไม่เห็นด้วยกับผลของคดีตามร่าง
ิ
ิ
ค าพพากษาศาลฎีกา แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็มีมติเห็นด้วยกับผลตามร่างค าพพากษาศาลฎีกา จากมุมมอง
ของผู้พพากษาศาลฎีกาทั้งห้าท่านดังกล่าวนี้ จึงแสดงให้เห็นว่ามติที่ประชุมของคณะท างานไม่ได้มีผลเป็น
ิ
การชักจูงหรือชี้น าการวินิจฉัยชี้ขาดคดีของผู้พพากษาศาลฎีกา จึงมิได้เป็นการแทรกแซงดุลพนิจในการ
ิ
ิ
พิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษาศาลฎีกาในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่อย่างใด
ปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน
๑. ในเชิงรูปแบบโครงสร้างทางกฎหมาย
จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย
ื่
ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาพบว่า แนวทางการปฏิบัติงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นทางปฏิบัติ โดยมีค าสั่งศาลฎีกา
ที่ออกโดยประธานศาลฎีกาเพยง ๒ ฉบับ ที่ออกมารองรับสถานะของคณะท างานและเป็นกลไกขับเคลื่อน
ี
การท างานของคณะท างานเท่านั้น ในขณะที่คณะท างานที่ตั้งขึ้นโดยค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒ ซึ่งออก
โดยประธานศาลฎีกา อาศัยอานาจตามข้อบังคับการประชุมใหญ่ศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ แต่เมื่อ
พิจารณาข้อบังคับการประชุมใหญ่ศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังกล่าวแล้ว กลับไม่ปรากฏว่ามีการระบุเรื่องของ
คณะท างานไว้ในข้อบังคับการประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่อย่างใด ดังนั้น เพอให้สถานะของคณะท างานและ
ื่
กลไกการท างานของคณะท างานมีความสอดคล้องกับแนวทางการด าเนินการของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
ในปัจจุบัน ผู้เขียนจึงเห็นควรให้มีการระบุสถานะและบทบาทหน้าที่ของคณะท างาน รวมทั้งแนวทางการ
ด าเนินงานของคณะท างานไว้ในข้อบังคับการประชุมใหญ่ศาลฎีกาดังกล่าว
๒. ในเชิงรูปแบบการปฏิบัติงาน
ื่
จากประสบการณ์การท างานในคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุม
ิ
ใหญ่ศาลฎีกาของผู้เขียนและข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้พพากษาศาลฎีกาดังกล่าวข้างต้น พบว่ามีปัญหา
ในการด าเนินงานของคณะท างานสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้
๑. ด้านการก าหนดตัวบุคคลที่เป็นคณะท างาน กล่าวคือ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในหัวข้อ
ื่
รูปแบบของคณะท างานว่า คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา
ิ
ประกอบด้วยผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาทั้งผู้ช่วยเล็กและผู้ช่วยใหญ่รวม ๙ คน ซึ่งในการคัดเลือกผู้ช่วย
ผู้พพากษาในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาให้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะท างานนั้น ในส่วนของการก าหนดให้มี
ิ
ิ

