Page 1621 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1621

๑๖๐๘




                            ๑. ประธานศาลฎีกามีค าสั่งให้มีการวินิจฉัยปัญหาใดในคดีเรื่องใดโดยการประชุมใหญ่ของ
                        ๑๘
                 ศาลฎีกา
                            ๒. เลขานุการศาลฎีกาก าหนดประเด็นส าคัญในคดีที่จะต้องวินิจฉัยเสนอให้ประธานศาลฎีกา
                 ให้ความเห็นชอบ

                            ๓. เมื่อประธานศาลฎีกาให้ความเห็นชอบในประเด็นที่เลขานุการศาลฎีกาเสนอดังกล่าวแล้ว
                 เลขานุการศาลฎีกาจะเสนอรายชื่อผู้ที่เหมาะสมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะท างานศึกษาทฤษฎีและหลัก

                 กฎหมายให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาและมีค าสั่งแต่งตั้งคณะท างาน
                                                                                                  ิ
                               ในการเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาท าหน้าที่ในคณะท างานนี้จะเป็นการคัดเลือกจากผู้พพากษา
                              ิ
                 ในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็น
                 ปัญหาข้อกฎหมายในคดีที่ต้องวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยอาจจะเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาที่

                 จบการศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางด้านกฎหมายในประเทศหรือจากต่างประเทศในสาขา
                                                                  ิ
                 ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาข้อกฎหมายในคดีนั้น หรือผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาที่มีความรู้ความช านาญและ
                 มีประสบการณ์การท างานในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนั้นก็ได้

                               ในส่วนของจ านวนของคณะท างานในหนึ่งคณะนั้น ตามค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒

                 เรื่อง คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย รวบรวมเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก าหนดให้มี
                                  ื่
                                       ิ
                    ิ
                 ผู้พพากษาในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาคดีละไม่เกิน ๑๐ คน แต่โดยทั่วไปในทางปฏิบัติจะก าหนดให้
                 คณะท างานคณะหนึ่งมี ๙ คน ประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยใหญ่) ผู้ท าหน้าที่ตรวจร่าง
                                                              ิ
                 ค าพิพากษาหรือค าสั่งศาลฎีกาในคดีนั้นเป็นที่ปรึกษาคณะท างาน ๑ คน ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก)

                 ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดในคณะท างานเป็นประธานคณะท างาน ๑ คน ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ผู้ท า
                                                                             ิ
                                 ิ
                 หน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาหรือค าสั่งศาลฎีกาในคดีนั้นเป็นหนึ่งในคณะท างาน ๑ คน และผู้ช่วยผู้พิพากษา
                 ศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) อก ๖ คน เป็นคณะท างาน โดยผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) คนหนึ่งจะท า
                                    ี
                                                                     ิ
                 หน้าที่เป็นคณะท างานและเลขานุการ
                            ๔. เมื่อประธานศาลฎีกาเห็นชอบกับรายชื่อของคณะท างานที่เสนอโดยเลขานุการศาลฎีกาแล้ว

                                                        ื่
                 ประธานศาลฎีกาจะมีค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา
                 ของคดีนั้น

                            ๕. เลขานุการศาลฎีกามีหนังสือแจ้งค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น
                 คณะท างานทราบ

                            ๖. คณะท างานมีระยะเวลา ๑๕ วัน นับจากวันทราบค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานในการศึกษา
                 รวบรวมข้อมูล จัดให้มีการประชุมคณะท างานเพอศึกษา วิเคราะห์ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทาง
                                                         ื่
                                                                                                  ิ
                 กฎหมาย รวมทั้งวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคมในกรณีที่ผลของร่างค าพพากษา
                 มีทิศทางไปในทางหนึ่งทางใดอย่างรอบด้าน และหาข้อสรุปร่วมกันด้วยวิธีการลงมติว่าเห็นด้วยกับผลของ

                 ร่างค าพิพากษาศาลฎีกานั้นหรือไม่ เพื่อน าเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต่อไป ซึ่งกรอบระยะเวลา ๑๕ วัน



                        ๑๘  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง.
   1616   1617   1618   1619   1620   1621   1622   1623   1624   1625   1626