Page 1616 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1616
๑๖๐๓
ได้อย่างแท้จริง โดยในส่วนของเป้าหมายการบริหารงานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดที่มาของคณะท างาน
๙
เพื่อศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาอาจแยกอธิบายได้ดังนี้
ิ
๑. ด้านการบริหารงานบุคคล นายไสลเกษได้เล็งเห็นว่าผู้ช่วยผู้พพากษาที่ปฏิบัติงานอยู่ใน
ิ
กองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกานั้นมีจ านวนมาก ซึ่งโดยหลักท าหน้าที่ช่วยงานของผู้พพากษาศาลฎีกาในการ
ิ
ิ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงในส านวนคดี ค้นคว้าปัญหาข้อกฎหมาย ช่วยตรวจและแก้ไขปรับปรุงร่างค าพพากษา
ิ
ศาลฎีกาให้แก่ผู้พพากษาศาลฎีกาอยู่แล้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาหลายคนจบการศึกษาระดับปริญญาโท
และปริญญาเอกในสาขาวิชากฎหมายต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ขาดโอกาสในการน าความรู้
ิ
ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบกับไม่มีเวทีให้ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาดังกล่าวได้แสดง
ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ จึงมีแนวคิดที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาได้น าความรู้
ิ
และประสบการณ์จากการศึกษาเล่าเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานคดีของศาลฎีกาให้มากขึ้น
โดยมีเวทีให้ผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาเหล่านี้ได้แสดงความรู้ความสามารถผ่านทางการประชุมของคณะท างาน
ิ
และที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ซึ่งเป้าหมายของการบริหารงานบุคคลดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย
ของประธานศาลฎีกาข้อที่ ๔ ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหารงานบุคคลด้วยการสร้าง
สมดุลระหว่างจริยธรรมระบบอาวุโสและความรู้ความสามารถ
ื่
๒. ด้านการบริหารงานคดี นายไสลเกษเล็งเห็นว่าการก าหนดให้มีคณะท างานเพอศึกษา
ื่
ทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพอศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการ รวบรวม และน าเสนอ
ิ
ต่อผู้พพากษาศาลฎีกาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีส่วนสนับสนุนงานคดีของศาลฎีกา โดยท าให้ผู้พิพากษา
ิ
ศาลฎีกามีฐานข้อมูลทางวิชาการช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจและการใช้ดุลพนิจในการวินิจฉัยคดีของ
ิ
ิ
ิ
ิ
ผู้พพากษาศาลฎีกา ส่งผลให้การพจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษาศาลฎีกาที่ได้พจารณาข้อเท็จจริงและ
ิ
ิ
ข้อกฎหมายในคดี ตลอดจนข้อมูลทางวิชาการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากผลของค าพพากษาศาลฎีกา
ที่ครบถ้วนรอบด้านแล้ว สามารถอ านวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีและแก้ไขปัญหาสังคมได้
อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายของการบริหารงานคดีดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาข้อที่ ๒
ได้แก่ ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีเพอให้ความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ ์
ื่
จึงอาจกล่าวได้ว่า การจัดตั้งคณะท างานขึ้นในศาลฎีกาถือได้ว่ามีส่วนสนับสนุนให้เกิดผลสัมฤทธิ์
ตามนโยบายของประธานศาลฎีกา กล่าวคือ เพื่อเป็นการพัฒนาคนและพัฒนางานของศาลยุติธรรม
๒. แนวคิดที่มาจากบทบาทของผู้สนับสนุนงานคดีของผู้พพากษาในต่างประเทศและในประเทศไทย
ิ
๒.๑ ผู้สนับสนุนงานคดีของผู้พิพากษา (Law Clerk) ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ิ
ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกบุคคลที่ท าหน้าที่ช่วยงานของผู้พพากษาว่า Law Clerk ซึ่ง
ต าแหน่งนี้ถือเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติอย่างมากและเป็นอาชีพที่อยู่ในล าดับต้นๆ ของสายงานอาชีพทางด้าน
ิ
ิ
กฎหมาย ในปัจจุบันผู้พพากษาในศาลแขวงแต่ละท่านสามารถมี Law Clerk ได้ ๔ คน และถ้าเป็นผู้พพากษา
หัวหน้าศาลจะสามารถมี Law Clerk ได้ถึง ๕ คน ภารกิจของ Law Clerk ในแต่ละศาลจะแตกต่างกัน
๙ ไสลเกษ วัฒนพันธุ์, ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔.

