Page 1615 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1615
๑๖๐๒
หลักกฎหมาย รวบรวมเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยในวันเดียวกันได้มีค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานขึ้น
้
เป็นครั้งแรก จ านวน ๒ คณะ เพื่อศึกษาวิเคราะห์และรวบรวมขอมูลทางกฎหมายที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหา
ข้อกฎหมายส าคัญในคดีที่จะต้องวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ได้แก่ คดีหมายเลขด าที่ ครพ.ร.
๑๕๖๗/๒๕๖๒ เรื่อง แรงงาน ตามค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๕/๒๕๖๒ และคดีหมายเลขด าที่ อ.๒๙๙/๒๕๖๒
ื่
เรื่อง ข่มขืนกระท าช าเรา ตามค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๖/๒๕๖๒ จากนั้นมีการแต่งตั้งคณะท างานเพอศึกษา
ี
ทฤษฎีและหลักกฎหมายอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาอกหลายคดี จวบจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเวลา ๑ ปีเศษ
การด าเนินงานของคณะท างานจึงนับว่าเป็นเรื่องใหม่และมีการด าเนินงานมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว พบว่า
รูปแบบการท างานของคณะท างานส่วนใหญ่จะเป็นไปในเชิงปฏิบัติ มีการก าหนดขอบเขตและวางแนว
ปฏิบัติของคณะท างานไว้อย่างกว้างๆ โดยอาศัยค าสั่งของศาลฎีกาที่ออกโดยประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง
คณะท างานเพยงฉบับเดียว ผู้เขียนบทความจึงมีความสนใจศึกษาแนวคิดที่มาของคณะท างาน บทบาท
ี
ิ
อานาจหน้าที่และรูปแบบของคณะท างาน มุมมองของผู้พพากษาศาลฎีกาต่อคณะท างาน ตลอดจนปัญหา
ที่พบในการปฏิบัติงานของคณะท างาน เพอให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท โครงสร้าง และ
ื่
ื่
อานาจหน้าที่ของคณะท างาน ท าให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และได้ข้อเสนอแนะเพอเป็น
ั
ั
ประโยชน์ต่อการพฒนางานของคณะท างานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อนจะส่งผลให้การสนับสนุน
การวินิจฉัยคดีของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเกิดสัมฤทธิผล
แนวคิดที่มาของคณะท างานเพื่อศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย
๑. แนวคิดที่มาจากนโยบายของประธานศาลฎีกาคนที่ ๔๕
เมื่อปี ๒๕๖๒ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ อดีตประธานศาลฎีกาคนที่ ๔๕ มีนโยบายในการบริหาร
๘
งานศาลยุติธรรม ๕ ประการ โดยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานภายในของศาลฎีกา นายไสลเกษ
มีเป้าหมายที่จะพฒนาบุคลากรในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาและพฒนางานคดีของศาลฎีกา ได้แก่
ิ
ั
ั
ิ
ค าพพากษาศาลฎีกา ให้เกิดผลสัมฤทธิในการอานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนและแก้ไขปัญหาสังคม
่
๘ นโยบายประธานศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ วาระการด ารงต าแหนง ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ มี
๕ ประการ ดังน ี้
ึ
ุ้
(๑) ยกระดับการคมครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจ าเลย โดยคานงถึงเหยื่ออาชญากรรมและความสงบสุขของ
สังคม
(๒) ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์
(๓) น าเทคโนโลยีมาสนับสนนการอ านวยความยุติธรรม การพิจารณาพิพากษาคดี และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยค านึงถึง
ุ
ช่องทางอื่นที่สะดวกและประหยัดส าหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้
(๔) เสริมสร้างความเข็มแข็งของระบบการบริหารงานบุคคลด้วยการสร้างสมดุลระหว่างจริยธรรมระบบอาวุโสและความรู้
ความสามารถ
ี่
ั
(๕) สนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคบใช้กฎหมายที่ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดลอมและทไม่ก่อภาระหรือเป็นผลร้ายต่อประชาชน
้
และสังคม

