Page 1614 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1614

๑๖๐๑




                 การประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมใหญ่ศาลฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๑ อย่างไรก็ดี
                                                          ิ
                                                                     ิ
                 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นเวทีที่มีการระดมความคดเห็นของผู้พพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหา
                 ข้อกฎหมายส าคัญในคดีที่มีการน าเข้าสู่การวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา องค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่
                                      ิ
                 ศาลฎีกาประกอบด้วยผู้พพากษาศาลฎีกาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่มีการจัดประชุมใหญ่ แต่ทั้งนี้
                 ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ านวนผู้พพากษาศาลฎีกาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในศาลฎีกาทั้งหมด  การแสดง
                                                                                              ๕
                                              ิ
                                  ิ
                                                                        ื้
                 ความคิดเห็นของผู้พพากษาศาลฎีกาในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีพนฐานมาจากความรู้และประสบการณ์
                 ส่วนตัวของผู้พพากษาศาลฎีกาแต่ละท่าน ความคิดเห็นจึงมีความแตกต่างหลากหลาย ส่งผลให้เกิดภาระ
                             ิ
                 แก่ประธานศาลฎีกาในการควบคุมการด าเนินการประชุมใหญ่ให้เป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย
                 นอกจากนี้ในการแสดงความคิดเห็นของผู้พพากษาศาลฎีกาดังกล่าวมิได้มีงานวิจัยสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
                                                    ิ
                 ในขณะเดียวกันสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม

                 มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างคู่ความที่มีอรรถคดีมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผล
                                                     ิ
                 สัมพนธ์กับคดีที่มีการอทธรณ์ขึ้นมาสู่การพจารณาของศาลฎีกาซึ่งพบว่ามีเนื้อหาของคดีซับซ้อนมากขึ้น
                     ั
                                    ุ
                                                                                                      ั
                 ปัญหาของการวินิจฉัยคดีจึงมีความยุ่งยากมากขึ้นตามมา ดังนี้ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ นายไสลเกษ วัฒนพนธุ์
                 ซึ่งด ารงต าแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ ๔๕ ในขณะนั้นจึงมีแนวความคิดที่จะให้มีการจัดตั้งกลุ่มของ
                 คณะท างานซึ่งคัดเลือกมาจากผู้พพากษาที่ปฏิบัติงานอยู่ในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาขึ้นเพอท าหน้าที่
                                                                             ิ
                                             ิ
                                                                                               ื่
                 ในการศึกษาข้อมูลทางวิชาการ ทฤษฎีและหลักกฎหมายทั้งในส่วนของประเทศไทยและต่างประเทศ
                        ิ
                 แนวค าพพากษาของศาลฎีกาไทยและสากล ตลอดจนศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม เศรษฐกิจ การเงิน
                 และอนๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่น าเสนอเข้าสู่การวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
                      ื่
                 โดยเป็นการพิจารณาข้อมูลองค์ความรู้อย่างรอบด้าน แล้วรวบรวมข้อมูลน าเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อเป็น
                 ฐานข้อมูลให้แก่ผู้พพากษาศาลฎีกาเพอช่วยในการตัดสินใจและการวินิจฉัยคดีของผู้พพากษาศาลฎีกา
                                                                                          ิ
                                                 ื่
                                 ิ
                  ั
                 อนจะส่งผลให้ค าพพากษาศาลฎีกาที่ผ่านการพจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาซึ่งมีการพจารณา
                                                                                                  ิ
                                                         ิ
                                 ิ
                 ข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย ข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน
                 รอบด้านแล้วมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างมีสัมฤทธิผล  คณะท างานที่จัดตั้งขึ้นดังกล่าวมีชื่อ
                                                                         ๖
                 เรียกว่า “คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา”  จึงนับได้ว่า
                                                                                             ๗
                                      ื่
                                                                                           ิ
                 คณะท างานดังกล่าวเป็นกลไกหนึ่งที่ส าคัญที่น ามาใช้ในการสนับสนุนการวินิจฉัยคดีของผู้พพากษาศาลฎีกา
                 ในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
                                        ื่
                            คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาถูกจัดตั้งให้มีขึ้น
                                                                        ั
                 ครั้งแรกในศาลฎีกาเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๒ โดยนายไสลเกษ วัฒนพนธุ์ ในฐานะประธานศาลฎีกาในขณะนั้น
                                                                ื่
                 ได้มีค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒ เรื่อง คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย รวบรวมเสนอ
                 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ก าหนดให้มีคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและ
                                                                                       ื่

                        ๕  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ วรรคสาม.
                        ๖  ไสลเกษ วัฒนพันธุ์, ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
                        ๗  ค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒ เรื่อง คณะท างานเพื่อศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย รวบรวมเสนอที่ประชมใหญ่
                                                                                                    ุ
                 ศาลฎีกา ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒
   1609   1610   1611   1612   1613   1614   1615   1616   1617   1618   1619