Page 1619 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1619

๑๖๐๖




                                                                 ิ
                            ิ
                 ของผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ในกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาจะเห็นได้ว่ามีลักษณะคล้ายกับ
                 การท าหน้าที่ของ Law Clerk ในต่างประเทศนั่นเอง
                            จากบทบาทของผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ที่ท าหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนงานคดีของ
                                                 ิ
                                                         ิ
                    ิ
                                                                                                  ิ
                 ผู้พพากษาศาลฎีกาดังกล่าว ในทางปฏิบัติผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ๑ คน จะตรวจร่างค าพพากษา
                 ของผู้พิพากษาศาลฎีกาตามที่เลขานุการศาลฎีกาจ่ายส านวนให้ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ท่านนั้นตรวจ
                 โดยมีปริมาณงานก าหนดตามโควต้าคดีในแต่ละเดือน จึงอาจกล่าวได้ว่า ในการสนับสนุนงานคดีของผู้พิพากษา

                                                                                                ี
                 ศาลฎีกา ๑ คน จะมีผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกา (ผู้ช่วยเล็ก) ๑ คน ท าหน้าที่สนับสนุนงานคดี เพยงแต่มิได้
                                          ิ
                                       ิ
                 ปฏิบัติหน้าที่ประจ าตัวผู้พพากษาศาลฎีกาท่านนั้นหรือประจ าองค์คณะผู้พพากษาศาลฎีกาในแต่ละคณะ
                                                                               ิ
                 และการปฏิบัติงานมิได้มีลักษณะเป็นการว่าจ้างให้ท าการงานดังเช่น การปฏิบัติงานของผู้สนับสนุนงานคดี
                                                                               ื่
                 (Law Clerk) ในต่างประเทศ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าการก าหนดให้มีคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย
                 ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นการผสมผสานกันระหว่างแนวความคิดของประธานศาลฎีกาดังกล่าวมาข้างต้น
                 กับบทบาทของผู้สนับสนุนงานคดีของผู้พิพากษาศาลฎีกาเข้าด้วยกัน


                 บทบาทและอ านาจหน้าที่ของคณะท างานเพื่อศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย

                            ตามค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒ เรื่อง คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมาย
                                                                            ื่
                 รวบรวม เสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ได้ก าหนดให้มีคณะท างานเพอศึกษา
                                                                                                  ื่

                 ทฤษฎีและหลักกฎหมายขึ้นในศาลฎีกา โดยก าหนดบทบาทและอานาจหน้าที่ของคณะท างานให้มีอานาจ

                 หน้าที่ในการศึกษาประเด็นปัญหาและรวบรวมข้อมูลทั้งทฤษฎีและหลักกฎหมาย ทั้งไทยและต่างประเทศ
                                           ิ
                                                                            ื่
                 บทความทางวิชาการ แนวค าพพากษาของศาลฎีกาและสากล กับทั้งอนๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจน
                 วิเคราะห์ข้อมูลและเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
                            นอกจากค าสั่งศาลฎีกาที่ ๑๑๔/๒๕๖๒ ซึ่งเป็นค าสั่งหลักหรือค าสั่งตั้งตนที่ก าหนดให้มี

                 คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยได้ก าหนดบทบาทอานาจ
                             ื่

                                                                           ื่
                 หน้าที่ของคณะท างานในภาพรวมแล้ว ในค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายใน
                 การประชุมใหญ่ศาลฎีกาในแต่ละคดีที่ต้องมีการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา
                 ที่ออกโดยประธานศาลฎีกานั้น ยังได้มีการระบุอานาจหน้าที่ของคณะท างานก ากับไว้ในค าสั่งดังกล่าว

                 อีกชั้นหนึ่งด้วย กล่าวคือ ในตอนท้ายของค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานมีขอความระบุว่า
                                                                         ้

                            “โดยให้คณะท างานมีอานาจหน้าที่ ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นส าคัญในคดีที่
                 จะต้องวินิจฉัย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลักกฎหมายไทยและสากล ทฤษฎีแนวคิดเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมาย
                                                      ั
                                                                                                    ั
                 ของกลุ่มประเทศที่ใช้กฎหมายลายลักษณ์อกษร และกลุ่มประเทศที่ไม่ได้ใช้กฎหมายลายลักษณ์อกษร
                 เหตุผลในการยกร่างบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลอดจนผลกระทบต่อสังคม
                 เศรษฐกิจ การเงิน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ถ้ามี)...”
   1614   1615   1616   1617   1618   1619   1620   1621   1622   1623   1624