Page 1625 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1625

๑๖๑๒




                                                    ๒๐
                                                                                      ิ
                               ิ
                                              ิ
                        ิ
                                                                                                  ิ
                 ในการพจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษา  ดังนี้ การแทรกแซงเนื้อหาในคดีที่ต้องพจารณาโดยผู้พพากษา
                 ศาลฎีกาย่อมไม่อาจยินยอมให้เกิดขึ้นได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความยุติธรรม ซึ่งปัจจัยที่ท าให้เกิด
                                                 ิ
                                ิ
                                          ิ
                                                                                              ิ
                 การแทรกแซงดุลพนิจในการพจารณาพพากษาคดีนั้น นอกจากในเรื่องของการตกอยู่ภายใต้อทธิพล ภาวะ
                                                                                                   ิ
                 ความกดดันแล้ว การจูงใจและการชี้น าด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม ล้วนถือเป็นการแทรกแซงดุลพนิจใน
                      ิ
                              ิ
                                                                                ิ
                                                                      ิ
                                         ั
                 การพจารณาพพากษาคดี อนเป็นการท าลายหลักความเป็นอสระของผู้พพากษาทั้งสิ้น และเนื่องจาก
                                                                                        ิ
                                                 ื่
                 ในขั้นตอนการท างานของคณะท างานเพอศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการน าเสนอต่อผู้พพากษาศาลฎีกาและ
                 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น ได้มีการเปิดโอกาสให้คณะท างานแต่ละคนแสดงความคิดเห็นและลงมติเห็นด้วย
                                                ิ
                 หรือไม่เห็นด้วยกับผลคดีของร่างค าพพากษาศาลฎีกาที่พจารณานั้นด้วย จึงท าให้เกิดข้อสงสัยว่าความเห็น
                                                                ิ
                                                                             ิ
                                                                                    ิ
                 และมติของที่ประชุมคณะท างานดังกล่าวจะเป็นการจูงใจและชี้น าความคดของผู้พพากษาศาลฎีกา อันเป็น
                                                 ิ
                                                         ิ
                                       ิ
                 การแทรกแซงการใช้ดุลพนิจในการพจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษาศาลฎีกาในการประชุมใหญ่
                                                                         ิ
                                                                ื่
                 ศาลฎีกาหรือไม่อย่างไร ดังนั้น ในการแสวงหาค าตอบเพอไขข้อสงสัยในปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนได้ท าการ
                            ิ
                 สัมภาษณ์ผู้พพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรงในฐานะที่เป็นองค์ประชุมในการวินิจฉัยชี้ขาด
                 ตัดสินคดีโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปฏิบัติงานของคณะท างาน
                 เพอศึกษาทฤษฎีและหลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาจ านวน ๕ ท่าน ได้แก่ นายประสิทธิ์
                   ื่
                 เจริญถาวรโภคา  ต าแหน่งรองประธานศาลฎีกา นายพนธุ์เลิศ บุญเลี้ยง  ต าแหน่งประธานแผนกคดี
                                                                               ๒๒
                                                                 ั
                               ๒๑
                                               ิ
                                                      ๒๓
                                                                   ิ
                 สิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา นายเทพ องคสิทธิ์  ต าแหน่งผู้พพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายเผด็จ
                          ๒๔
                                                                              ๒๕
                                                                                          ิ
                                       ิ
                 ชมพานิชย์  ต าแหน่งผู้พพากษาศาลฎีกา และนายนพพร โพธิรังสิยากร  ต าแหน่งผู้พพากษาอาวุโสใน
                                                                                         ื่
                           ิ
                 ศาลฎีกา ผู้พพากษาศาลฎีกาทั้งห้าท่านมีความเห็นในท านองเดียวกันว่า คณะท างานเพอศึกษาทฤษฎีและ
                 หลักกฎหมายในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่แต่งตั้งขึ้นโดยค าสั่งของประธานศาลฎีกานั้น นับว่ามีประโยชน์
                                                ิ
                 ในการสนับสนุนการวินิจฉัยคดีของผู้พพากษาศาลฎีกาในด้านของการช่วยค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการน าเสนอ
                 ต่อผู้พิพากษาศาลฎีกา เนื่องจากเมื่อผู้พิพากษาศาลฎีกาได้รับแจ้งหัวข้อประชุมใหญ่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
                                        ิ
                                                                 ี
                 กับการประชุมใหญ่แล้ว ผู้พพากษาศาลฎีกามีระยะเวลาเพยง ๗ วัน ในการเตรียมตัวศึกษาท าความเข้าใจ
                 เนื้อหาและประเด็นปัญหาส าคัญในคดีทั้งข้อเท็จจริงในส านวนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องพจารณา
                                                                                                  ิ
                 โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นระยะเวลาค่อนข้างจ ากัด ประกอบกับผู้พพากษาศาลฎีกามีภารกิจ
                                                                                  ิ
                           ื่
                 งานประจ าอนที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ระยะเวลาดังกล่าวจึงอาจไม่เพยงพอต่อการศึกษาท าความเข้าใจใน
                                                                          ี
                 เนื้อหาประเด็นในคดี รวมทั้งการค้นคว้าหาข้อมูล โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาที่เนื้อหาของคดีมี
                 ความยุ่งยากซับซ้อน การมีคณะท างานเพอช่วยในการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลดังกล่าวน าเสนอต่อ
                                                       ื่

                        ๒๐  กรกฎ ทองขะโชค, “หลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา,” ผจัดการออนไลน, ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๒.
                                                                          ู้
                                                                                       ์
                 [ออนไลน์], สืบค้นเมื่อ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ จาก https://mgronline.com/south/detail9620000100358.
                        ๒๑  ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา, รองประธานศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
                        ๒๒  พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง, ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
                        ๒๓  เทพ อิงคสิทธิ์, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
                        ๒๔  เผด็จ ชมพานิชย์, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
                        ๒๕  นพพร โพธิรังสิยากร, ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, สัมภาษณ์, ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
   1620   1621   1622   1623   1624   1625   1626   1627   1628   1629   1630