Page 1635 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1635

๑๖๒๒


                              หลักการพื้นฐานสหประชาชาติว่าด้วยความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ  (United Nations Basic

               Principles on the Independence of the Judiciary)  ได้รับรองโดยที่ประชุมสหประชาชาติครั้งที่ ๗ ว่าด้วย
               การป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระท าผิดณ เมืองมิลาน ระหว่างวันที่ ๒๖ สิงหาคม ถึงวันที่ ๖ กันยายน

               ๒๓๒๘ และได้รับการรับรองโดยมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ๔๐/๓๒ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ ได้ก าหนด
                                                                                                       ิ
                                                                                             ิ
                       ื้
                                         ิ
               เงื่อนไขพนฐานของความเป็นอสระไว้ในหลักการแรก และในการเสนอแนะเรื่องความเป็นอสระของผู้พพากษา
               (Recommendation on the Independence of Judges) ของสหภาพยุโรป (Council of Europe) ระบุว่า
                                  ิ
                                                                                                        ื่
                                                                                                            ๑
               ความเป็นอสระของผู้พพากษาจะต้องได้รับการรับประกันไว้ในบทบัญญัติเฉพาะแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอน ๆ
                        ิ
               รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐  มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง บัญญัติว่า “ผู้พิพากษาและตุลาการย่อม
                  ิ
                                     ิ
                             ิ
               มีอสระในการพจารณาพพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และ
               ปราศจากอคติทั้งปวง”
                              หลักการดังกล่าวเป็นหลักการส าคัญแต่เนื่องจากค าพพากษาศาลฎีกาเป็นแนวบรรทัดฐานที่
                                                                            ิ
               ศาลล่างจะต้องถือตามและเป็นที่สนใจของผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย ผู้พพากษาศาลฎีกาคนเดียวไม่มีอานาจ
                                                                               ิ

                 ิ

               พจารณาคดีใดเลยเช่นเดียวกับผู้พพากษาศาลอทธรณ์คนเดียว เขตอานาจของศาลฎีกามีตลอดทั่วประเทศ เพราะ
                                                      ุ
                                           ิ
               มีเพยงศาลเดียว ในขณะที่ศาลฎีกามีจ านวนผู้พพากษาหลายองค์คณะและยังมีการแบ่งเป็นแผนกคดีพเศษ
                   ี
                                                         ิ
                                                                                                         ิ
                                                                     ิ
                                                              ื่
                  ื่
                    ิ
               เพอพจารณาคดีที่มีลักษณะเฉพาะของแผนกนั้น ๆ  เพอให้ค าพพากษาศาลฎีกามีความถูกต้องทั้งในข้อเท็จจริง
                                                                                                    ื่
                                                                                ิ
               ข้อกฎหมายและมีบรรทัดฐานเป็นแนวเดียวกัน จึงมีการจัดตั้งกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาขึ้น เพอท าหน้าที่
               ช่วยกลั่นกรองร่างค าพิพากษาของผู้พิพากษาในศาลฎีกาอีกชั้นหนึ่ง
                                                                                                       ิ
                              ศาสตราจารย์โสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกองผู้ช่วยผู้พพากษา
               ศาลฎีกาไว้ในหนังสือ “ศาลฎีกา อดีต ปัจจุบันและอนาคต” ไว้ว่า“งานหลักของกองเซ็นเซอร์ซึ่งเรียกกันตาม
                                        ิ
               ทางราชการว่ากองผู้ช่วยผู้พพากษาซึ่งความจริงไม่มีฐานะเป็นกองแต่ว่าแบ่งงานภายในกัน........ กองผู้ช่วย
                                                                       ิ
               ผู้พพากษาศาลฎีกาพฒนามาจากกระทงแถลง ในสมัยก่อนท่านผู้พพากษาศาลฎีกาท่านไม่เขียนเองท่านเป็นคน
                  ิ
                                 ั
                                        ่
               วินิจฉัยให้ แนะแนวให้ คนที่อานส านวนกระทงแถลงบางทีกระทงแถลงนี้อานให้ท่านฟงแล้วผู้พพากษาท่านก็บอก
                                                                                              ิ
                                                                                       ั
                                                                             ่
               ว่าคนนี้ควรชนะคนนี้ควรแพ้ในแนวไหนในหลักกฎหมายไหน แล้วกระทงแถลงเป็นคนเขียนอีกทีหนึ่ง เดี๋ยวนี้เราเลิก
               อันนั้นไปแล้ว...”
                              ศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช  ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้
               ถึงเรื่องกองผู้ช่วยผู้พพากษาศาลฎีกาว่า “ในตอนนั้นผมกลับมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ ตอนแรกก็มาฝึกงานศาลฎีกา
                                 ิ
                   ั
                                             ิ
               อยู่พกหนึ่ง สมัยก่อนก่อนจะเป็นผู้พพากษานั้นโดยเฉพาะนักเรียนนอกนั้นต้องเข้าไปฝึกท ากระทงแถลงต่าง ๆ นั้น
               วิธีฝึกก็เรียก “กระทงแถลง”คือเอาส านวนมาย่อฟองย่อค าให้การศาลชั้นต้นตัดสินอย่างไร ศาลอทธรณ์ตัดสิน
                                                          ้
                                                                                                  ุ

                       ๑  นิทราวดี  ฤทธิ์พันธุ์  :  ความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการค าค าพิพากษาคดีอาญา วิทยานิพนธ์ สาขานิติศาสตร์
               บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  พ.ศ.๒๕๕๕  หน้า ๑๓
   1630   1631   1632   1633   1634   1635   1636   1637   1638   1639   1640