Page 1638 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1638
๑๖๒๕
ิ
ื่
๕. เพอให้ค าพพากษาศาลฎีกาได้ออกไปในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันพจารณาโดยรอบคอบเพอป้องกัน
ิ
ื่
ิ
ิ
การผิดพลาดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดเพราะค าพพากษาศาลฎีกา ถือเป็นที่สุด คู่ความไม่อาจฎีกาโต้แย้งค าพพากษา
๓
ต่อไปได้อีก รวมทั้งผู้พิพากษาในองค์คณะก็จะท าความเห็นแย้งค าพิพากษาศาลฎีกาไม่ได้เช่นกัน”
ิ
ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา ๑๔๑ บัญญัติว่า “ค าพิพากษาหรือค าสั่งของ
่
ศาลให้ท าเป็นหนังสือ และต้องกล่าวหรือแสดง…” ส่วนวรรคสองบัญญัติว่า “ค าพพากษาหรือค าสั่งนั้นต้องลง
ิ
ลายมือชื่อผู้พพากษาที่พพากษาหรือท าค าสั่ง…” ดังนั้นการจัดท าค าพพากษาการลงชื่อจึงอยู่ในรูปแบบหนังสือ
ิ
ิ
ิ
กระดาษ ซึ่งรวมถึงการตรวจร่างค าพิพากษาในศาลสูงจึงท าในรูปแบบเอกสารที่เป็นกระดาษมาตลอด
กระบวนการในการตรวจร่างค าพพากษาศาลฎีกา จะเริ่มจากหลังจากที่ท่านเจ้าของส านวน
ิ
ิ
และองค์คณะประชุมปรึกษาและมีการยกร่างค าพพากษาเสร็จสิ้นแล้ว ท่านเจ้าของส านวนและองค์คณะจะลง
ิ
์
ิ
ลายมือชื่อในร่างค าพพากษา เพอพมพร่างค าพพากษาเป็น ๒ ชุด คือ ชุดร่างค าพพากษา ๑ ชุด และ ร่างค า
ื่
ิ
ิ
ี
ิ
พพากษาที่เรียกกันภายในว่า ชุดตรวจแก้ อก ๑ ชุด แล้วใส่ซองปิดผนึกลับส่งพร้อมส านวนให้แก่ผู้ช่วย
ผู้พพากษาที่ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาเพอท าการตรวจแก้ผู้ช่วยผู้พพากษาที่ท าหน้าที่ตรวจร่างค า
ื่
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
พพากษาจะตรวจจากชุดตรวจแก้ และเมื่อเสร็จแล้วจะส่งต่อให้แก่ผู้ช่วยใหญ่ จากนั้นจะส่งร่างค าพพากษาที่
ี
ิ
ผ่านการตรวจจากผู้ช่วยใหญ่อกชั้นหนึ่งแล้วไปยัง ประธานแผนกพเศษ รองประธานศาลฎีกา หรือประธาน
ศาลฎีกาแล้วแต่ประเภทคดี เพอพจารณาสั่งออก หลังจากนั้นจะส่งร่างค าพพากษาและชุดตรวจแก้ที่ผ่านการสั่ง
ิ
ื่
ิ
ออกจากประธานแผนกพเศษ รองประธานศาลฎีกา หรือประธานศาลฎีกาแล้วแต่กรณี แล้วคืนกลับมาให้แก่ผู้ช่วย
ิ
ิ
ิ
ื่
์
ิ
ใหญ่เพอออกหมายเลขแดง และส่งชุดตรวจแก้ที่ผ่านการสั่งออกแล้วไปจัดพมพค าพพากษา ซึ่งผู้ช่วยผู้พพากษา
ิ
ิ
์
ี
ที่ท าหน้าที่ตรวจร่างคาพพากษาจะต้องตรวจหลังสั่งออกอกครั้งหนึ่งว่าค าพพากษาดังกล่าวได้จัดพมพตรงตาม
ิ
ิ
ชุดตรวจแก้ที่ผ่านการสั่งออกแล้วก่อนที่จะส่งค าพพากษาดังกล่าวให้แก่เจ้าของส านวนและองค์คณะลงลายมือ
ิ
ชื่อ ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเพียงการสรุปกระบวนการโดยคร่าว ๆ ของการตรวจร่างค าพพากษา ซึ่งกระบวนการ
ิ
ดังกล่าวในแต่ละขั้นตอนจะมีการทักท้วงร่างค าพพากษา ปรับแก้ร่างค าพพากษา เป็นการจัดท าค าพพากษา
ิ
ิ
ี
ฉบับใหม่ตามข้อทักท้วง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความละเอยดซับซ้อน และทั้งหมดจะท าในรูปแบบของเอกสาร
กระดาษ เดินส านวนด้วยบุคคล มีการสิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรบุคคลและวัสดุอย่างมาก ทั้งเกิดการท างานที่ซ้ าซ้อน
กันอยู่เสมอ
กระบวนการในการตรวจร่างค าพิพากษาทางอิเล็กทรอนิกส์ในศาลฎีกา
ิ
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า กระบวนการในการตรวจร่างค าพพากษาในศาลฎีกามีขั้นตอนในการ
ิ
ด าเนินการหลายขั้นตอน มีความละเอยดซับซ้อน มีการสิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรบุคคลและวัสดุอย่างมาก ทั้งเกด
ี
การท างานที่ซ้ าซ้อนกันอยู่เสมอ
๓ อ้างต่อ หน้า ๓๗

