Page 1739 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1739
๑๗๒๕
ข้อเสนอแนะ
ิ
การพจารณาพพากษาคดีของข้าราชการตุลาการมีความจ าเป็นต้องใช้ข้อมูลในหลายส่วน
ิ
และจะต้องเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ การที่ศาลยุติธรรมมีฐานข้อมูลที่จ าเป็นต่อการพจารณาพพากษาคดีเป็น
ิ
ิ
ื่
ของตนเอง เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาเพอให้ข้าราชการตุลการสามารถน าไปใช้ในการปฏิบัติ
ิ
ิ
หน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพฒนาฐานข้อมูลเพอประโยชน์ในการพจารณาพพากษาคดี
ื่
ั
มีความจ าเป็นต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าไว้ด้วยกัน กรณีจึงจ าเป็นต้องตั้งหน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของการพัฒนาฐานข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูล
ั
ที่ท าเพอประโยชน์ในการพจารณาพพากษาคดี สอดคล้องกับพนธกิจของสถาบันพฒนาข้าราชการ
ิ
ั
ิ
ื่
ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมเรื่อง “พัฒนาและสร้างระบบสนับสนุนการอ านวยความยุติธรรมให้มีความรวดเร็ว
สะดวก ทันสมัย และเป็นสากล” ประกอบกับหน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานที่จัดอบรมหลักสูตร
ิ
ทางวิชาการ จึงเป็นหน่วยงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาพพากษาคดี ไม่ว่าจะเป็น
ข้อมูลในรูปแบบวิดีทัศน์ เอกสารประกอบการบรรยาย จึงเป็นการเหมาะสมที่จะให้สถาบันพฒนา
ั
ข้าราชการฝ่ายตุลาการเป็นผู้รับผิดชอบด าเนินการในเรื่องนี้
ิ
เมื่อพจารณาข้อสังเกตที่ได้จากการวิเคราะห์สืบค้นข้อมูลผ่าน website ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ั
กับข้อมูลแต่ละประเภท ผู้เขียนเสนอแนวทางการพฒนาฐานข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลเพอประโยชน์ใน
ื่
การพิจารณาพิพากษาคดีดังนี้
้
๑. รูปแบบในการจัดท าฐานข้อมูลและการเขาถึงข้อมูล
ั
๑.๑ ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายจะเป็นข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้จากทุกที่ การพฒนา
ฐานข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลควรจัดท าให้สามารถสืบค้นได้ผ่านระบบ internet ทั้งจาก
การใช้คอมพิวเตอร์ผ่าน website หรือ จาก Smart Phone ผ่าน application
๑.๒ พัฒนาโปรแกรมสืบค้นข้อมูล ดังเช่น โปรแกรม “Deka 2007” เพื่อให้ผู้ใช้ติดตั้งโปรแกรมไว้
ิ
ในคอมพวเตอร์ โดยโปรแกรมดังกล่าวจะ Download และ update ข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง
ิ
ื่
ิ
มาเก็บไว้ในเครื่องคอมพวเตอร์ เพอผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลจากเครื่องคอมพวเตอร์ของ
ผู้ใช้เองกรณีที่ระบบ internet มีปัญหา
๒. การจัดการข้อมูลและการน าข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล
ิ
๒.๑ รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาพพากษาคดี โดยการประสานงานกับ
หน่วยงานที่รับผิดชอบข้อมูลแต่ละประเภท
๒.๒ กลั่นกรองข้อมูลที่จะน าเข้าฐานข้อมูล ลดปัญหาการซ้ าซ้อน และการขดกันของข้อมูล
ั
๒.๓ แก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน (ท าให้เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ)
๒.๔ จัดท ารูปแบบข้อมูลเพื่อประโยชน์ในทางปฏิบัติ (จัดท าสรุปหรือท าขอมูลให้กระชับ)
้
้
๒.๕ จัดรูปแบบการน าเข้าขอมูลเพื่อประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูล (การใช้ Tag หรือ Keyword)

