Page 1800 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1800
๑๗๘๖
แบบกลุ่ม การที่ต าแหน่งเจ้าพนักงานคดีถูกก าหนดกรอบให้สังกัดอยู่ในส่วนงานหรือกลุ่มงานดังกล่าว
ั
ส่งผลโดยตรงให้เจ้าพนักงานคดีไม่มีโอกาสเติบโตขึ้นเป็นหัวหน้าส่วนหรือกลุ่มงาน อนเป็นปัญหาความ
เจริญก้าวหน้าในสายอาชีพของเจ้าพนักงานคดีด้วยประการหนึ่ง
ส านักงานศาลยุติธรรมได้ปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการภายในโดยการออกประกาศ เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการภายในและก าหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานในส านักงานศาลยุติธรรม
(ฉบับที่ ๑๖) สาระส าคัญของประกาศประการหนึ่งคือ การก าหนดส่วนหรือกลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี
ื่
ตลอดจนก าหนดภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานคดีให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพอให้การ
ปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานคดีเป็นมาตรฐานในทิศทางเดียวกันและถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ิ
เมื่อพจารณาถึงภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบตลอดถึงความเป็นมาของเจ้าพนักงานคดี
ในศาลยุติธรรมแล้ว จะเห็นได้ว่าภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบมีความเชื่อมโยงระหว่างระบบงานธุรการ
ิ
ื่
กับผู้พพากษา โดยบางภารกิจหน้าที่ยังมีความทับซ้อนกับหน้าที่รับผิดชอบของข้าราชการอนในส านักงาน
ี
ศาลยุติธรรม อกทั้งปัญหาเรื่องความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพของเจ้าพนักงานคดีเมื่อเปรียบเทียบ
กับหน่วยงานอื่น ซึ่งจะได้ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบเจ้าพนักงานคดีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
๒. แนวคิดทฤษฎีที่น ามาวิเคราะห ์
๒.๑ ระบบวิธีพิจารณาคดีและบทบาทในการค้นหาความจริงของศาล
ระบบพจารณาคดีสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ ระบบ ได้แก่ ระบบกล่าวหา ( Accusatorial
ิ
System ) และระบบไต่สวน ( Inquisitorial System ) โดยทั้งสองระบบ มีรูปแบบการพจารณาคดีและ
ิ
บทบาทของศาลในการค้นหาความจริงในคดีแตกต่างกัน
๒.๑.๑ ระบบกล่าวหา ( Accusatorial System )
ระบบกล่าวหาเป็นระบบการพจารณาคดีของประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์
ิ
( Common Law ) ในระบบกล่าวหาผู้เสียหายและรวมถึงญาติผู้เสียหายมีอานาจฟองคดีได้เอง ในฐานะ
้
ิ
ิ
เป็นผู้กล่าวหา ผู้พพากษาจะเป็นคนกลางพจารณาคดีโดยเปิดเผย แต่ไม่มีอานาจกล่าวหายกประเด็น
แห่งคดี หรือน าสืบพยาน ดังนั้น คู่ความทั้งสองฝ่ายจึงอยู่ในฐานะที่เท่าเทียมกัน ในขณะที่คู่ความฝ่ายหนึ่ง
้
ื่
น าเสนอพยานหลักฐานของฝ่ายตนเพอฟองร้องขอให้มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระท า
ความผิด หรือเพอน าตัวผู้กระท าความผิดมาลงโทษตามกระบวนการของกฎหมาย คู่ความอกฝ่ายหนึ่งก็มี
ี
ื่
สิทธิในการน าเสนอพยานหลักฐานต่อศาลเพอหลักล้างข้อกล่าวหานั้นได้เช่นกัน ระบบกล่าวหาจะเน้น
ื่
ความเป็นกลางของศาล ผู้พพากษาจึงมีบทบาทในการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีน้อยมาก เป็นเรื่องของ
ิ
คู่ความแต่ละฝ่ายจะต้องน าเสนอข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อเท็จจริงกันเอง จึงมีการเรียกการด าเนินคดี
่
ิ
ระบบนี้ว่าเป็นระบบคู่กรณี ( Adversary System ) ส าหรับคดีแพงผู้พพากษาจะวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการด าเนินคดีของทั้งสองฝ่าย ส่วนในคดีอาญาผู้พพากษาจะเข้าไปมีบทบาทในการซักถาม
ิ
ื่
ื่
ื่
พยานเพอความเป็นธรรมแก่จ าเลยหรือเพอความชัดเจนในคดีเท่านั้น แต่จะไม่ซักถามในเรื่องอน

