Page 1801 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1801
๑๗๘๗
ิ
นอกเหนือไปจากที่คู่ความน าสืบ โดยการด าเนินคดีต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการพจารณาและ
ิ
สืบพยานที่ผู้พพากษาและคู่ความจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การกระท าผิดกฎเกณฑ์ดังกล่าวอาจมี
ผลให้ถูกยกฟองได้ และท้ายที่สุดผู้พพากษาจะเป็นผู้ตัดสินให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะคดีไปตาม
ิ
้
กระบวนการหรือเนื้อหาแห่งพยานหลักฐานที่คู่ความน าเสนอ
๒.๑.๒ ระบบไต่สวน ( Inquisitorial System ) เป็นระบบการพิจารณาคดีของประเทศที่ใช้
ระบบกฎหมายซีวิลลอว์ ( Civil Law ) เป็นกระบวนการค้นหาความจริงและเป็นระบบซึ่งพฒนาต่อมา
ั
จากการแก้แค้นเป็นการส่วนตัว มีการยกเลิกวิธีการให้ผู้เสียหายเป็นผู้กล่าวหาเองโดยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ิ
ท าหน้าที่แทนผู้พพากษา เปลี่ยนสถานะจากการเป็นคนกลางมาเป็นผู้ท าการไต่ส่วน มีอานาจรวบรวม
ิ
ข้อเท็จจริงต่าง ๆ สืบสวนพยานและควบคุมการการไต่สวนพยานเอง ดังนั้น การพจารณาคดีจึงมิใช่
เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาอกต่อไป แต่จะเป็นการต่อสู้ระหว่างจ าเลยกับรัฐ เป็นการ
ี
ั
พจารณาคดีที่มิได้กระท าโดยเปิดเผย พจารณาจากเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อกษรมากกว่าการเบิกความ
ิ
ิ
และเพอให้ผู้พพากษาท างานได้คล่องตัว กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการพจารณาคดีจึงไม่ค่อยเข้มงวดและไม่เน้น
ื่
ิ
ิ
เรื่องความเท่าเทียมกันของคู่ความอย่างในระบบกล่าวหา ระบบไต่สวนจะเน้นบทบาทของผู้พิพากษาในการ
้
ค้นหาความจริง เรียกว่าหลักการไต่สวนโดยผู้พพากษาสามารถเป็นผู้รวบรวมขอเท็จจริงทั้งหลายในคดีด้วย
ิ
ตนเอง เป็นระบบการพิจารณาคดีที่เน้นการแสวงหาความจริงแท้ที่มิได้จ ากัดการพสูจน์อยู่ที่พยานหลักฐาน
ิ
ของคู่ความเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ผู้พิพากษาเป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างเต็มที่
ิ
ิ
ดังนั้น ผู้พพากษาจึงมีหน้าที่ต้องพจารณาให้แน่ใจถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความน าเสนอ และต้องพจารณาถึง
ิ
๑
ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้น าเสนอด้วย
กล่าวโดยสรุป ระบบการพิจารณาคดีทั้งสองระบบดังกล่าวมีความแตกต่างกัน โดยระบบกล่าวหา
ิ
จะเน้นในเรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันและบทบาทในการด าเนินกระบวนพจารณาของคู่ความเป็นส าคัญ
ผู้พพากษามีบทบาทในการวางตัวเป็นกลางภายใต้กฎเกณฑ์การด าเนินกระบวนพจารณาที่เคร่งครัด
ิ
ิ
ส่วนระบบไต่สวนจะไม่เน้นหลักความเท่าเทียมกันของคู่ความ แต่จะเน้นเรื่องบทบาทของผู้พพากษาใน
ิ
ิ
การค้นหาความจริงในคดีและควบคุมกระบวนพจารณาด้วยตนเอง ซึ่งจะท าให้ผู้พพากษาสามารถใช้ดุลยพนิจ
ิ
ิ
ได้อย่างกว้างขวาง ไม่เคร่งครัดกฎเกณฑ์ในการด าเนินกระบวนพจารณาคดี พระราชบัญญัติวิธีพจารณา
ิ
ิ
ิ
คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖ ก าหนดให้ใช้กระบวนการพจารณาในระบบไต่สวน
ิ่
ิ
ส่วนพระราชบัญญัติวิธีพจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพมเติมประมวล
ิ
ิ
่
กฎหมายวิธีพจารณาความแพง (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๘ แม้กฎหมายมิได้ระบุชัดให้ใช้กระบวนการพจารณา
ิ
ในระบบไต่สวน แต่เมื่อพจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ทางคดีกับบทบาทของผู้พพากษาในการค้นหา
ิ
๑ ธันยพร พงศ์กระพันธุ์ Tanyaporn Pongkaphan, (๒๕๕๑), “บทบาทของเจ้าพนักงานคดีในกระบวนการด าเนินงาน
ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑”, หน้า ๘๘-๘๙.

