Page 2270 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2270

๒๒๕๒





               ท างานของผู้พิพากษาในการตัดสินชี้ขาดคดี ต้องอาศัยการยอมรับนับถือและเชื่อมั่นว่าผู้พิพากษาท าหน้าที ่

               อย่างเที่ยงธรรมและปราศจากอคติ จึงไม่ควรปล่อยให้มีการประพฤติอันน าไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในทาง

               ที่เสียหายอย่างมากได้


                        ส าหรับผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ท าหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีเป็นหลัก ย่อมมีบทบาทและหน้าที่
               ที่ท าให้ต้องพบปะท างานกับบุคคลหลายฝ่าย โดยเฉพาะพนักงานอัยการ ทนายความ ประชาชนซึ่งเป็น

               คู่ความในคดี ผู้เสียหาย หรือพยาน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกองค์กร และต้องปฏิบัติงานร่วมกับบุคคลภายใน

                                                                                                            ื
               องค์กร ได้แก่ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาองค์คณะ ผู้พิพากษาอ่น
                                                        ื
               เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ และเจ้าหน้าที่ธุรการอ่นภายในศาลนั้นๆ การที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นปฏิบัติหน้าที ่
               และการด ารงตนตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการในการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคลดังกล่าว ย่อมเป็นการ

               เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของศาลยุติธรรม ช่วยลดความขัดแย้งและสร้างบรรยากาศที่ดีในการท างาน อันจะ
               เป็นการป้องกันการร้องเรียนและการฟ้องร้องผู้พิพากษา ทั้งน่าจะช่วยลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ศาลยุติธรรม

                                                                                              ิ
               ในทางที่เสื่อมเสีย จึงจ าเป็นอย่างยิ่งที่ศาลยุติธรรมจะต้องกระตุ้นจิตส านึกและสอดส่องให้ผู้พพากษาศาลชั้นต้น
               ปฏิบัติหน้าที่และด ารงตนอยู่ในจริยธรรมของข้าราชการตุลาการโดยเคร่งครัด เพ่อให้ศาลยุติธรรมเป็นที่
                                                                                        ื
               เชื่อถือศรัทธาสมกับที่ประชาชนคาดหวังไว้ภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป


                        ปัจจุบันแม้ว่าส านักงานศาลยุติธรรมก าหนดให้มีการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการ

               ของข้าราชการตุลาการประจ าปี โดยมีข้อรายการประเมินผู้พิพากษาทั้งเรื่องความรู้ความสามารถและการด ารงตน
               ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ และแนวทางประพฤติปฏิบัต       ิ

               ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการด้วยก็ตาม แต่เป็นการประเมินผลการปฏิบัติงาน (performance

                             ื่
               evaluation) เพอใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายหรือเลื่อนต าแหน่ง เงินเดือน และเงินประจ า
               ต าแหน่งของผู้พิพากษาตามวาระเท่านั้น  โดยทางปฏิบัติผู้พพากษาที่รับการประเมินไม่ได้ทราบข้อมูลจาก
                                                                    ิ
                                                   ๑
               การประเมินดังกล่าว จึงน่าเสียดายที่ข้อมูลซึ่งสามารถสะท้อนจุดแข็งและจุดอ่อนของผู้พิพากษาแต่ละคน
               มิได้ถูกน าไปใช้ประโยชน์เป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนาบุคลิกภาพหรือเสริมสร้างจริยธรรมของผู้พิพากษา




                       ๑  พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง และวรรคสี่
                                                                                                     ั้
                                                                                                          ื
                                                                                                       ิ
                                                   ่
               บัญญัติถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโยกย้ายแตงตั้ง การเลื่อนต าแหน่งข้าราชการตุลาการ และการงดการเลื่อนชนเงนเดอน
               และเงินประจ าต าแหน่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และการพิจารณาให้ความ
               เห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ให้ค านึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติและผลงานการ
               ปฏิบัติราชการ การอุทิศตนแก่ทางราชการและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นเป็นส าคัญ.
   2265   2266   2267   2268   2269   2270   2271   2272   2273   2274   2275