Page 2271 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2271
๒๒๕๓
(individual development) นอกจากนี้ ผู้ท าการประเมินตามแบบประเมินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จ ากัดแต่เฉพาะ
อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลโดยความเห็นชอบของอธิบดีผู้พิพากษาภาค ข้อมูลที ่
ได้รับจึงมาจากมุมมองของบุคคลที่มีสถานะเหนือกว่าผู้ถูกประเมิน (downward feedback) เพียงแหล่ง
เดียว ซึ่งโดยปกติผู้ท าการประเมินดังกล่าวก็มิได้เห็นการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาที่รับการประเมินอย่าง
ใกล้ชิดในทุก ๆ ด้านที่ประเมิน จากการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เป็นข้อเขียนและบทความต่างๆ พบว่าได้มีการ
น าหลักการประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง (multisource assessment) มาใช้กับการประเมินบุคลากร
ิ
ในองค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา และวงการแพทย์ เพ่อเพ่มประสิทธิภาพการท างานและสร้างแรงจูงใจ
ื
ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปในทางที่พึงประสงค์จนได้ผลดีมาแล้ว รวมทั้งในต่างประเทศมีการ
น าหลักการประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่งมาประเมินผู้พิพากษาเป็นระยะเวลานานแล้วและได้รับ
ประโยชน์เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากการประเมินในลักษณะดังกล่าวท าให้ได้รับข้อมูลย้อนกลับจากหลายแหล่ง
(multisource feedback) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พิพากษา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ
ิ
ั
การเปลี่ยนแปลงและพฒนาตนเองของผู้พพากษาให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับการด ารงต าแหน่ง
บทความนี้ผู้เขียนจึงน าเสนอสาระส าคัญเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมที่ส าคัญเกี่ยวข้องกับ
ิ
การปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พพากษาศาลชั้นต้น ความหมาย ความเป็นมา และหลักการประเมิน
ของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง การประเมินโดยใช้ข้อมูลย้อนกลับหลายแหล่งในศาลต่างประเทศ ตลอดจน
แนวทางและข้อควรค านึงถึงในการน าเอาการประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่งมาใช้ในศาลไทย เพ่อให ้
ื
เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้และเสริมสร้างจริยธรรมของผู้พพากษาศาลชั้นต้นซึ่งเป็นบุคลากรส าคัญอนจะมีผล
ั
ิ
ต่อความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อศาลยุติธรรมสืบไป
กฎหมายและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
กฎหมายและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พิพากษามีปรากฏอยู่ใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๑๐ มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง ซึ่งบัญญัติ
ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาไว้ว่า “ผู้พิพากษาย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตาม
รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง” อันเป็นบทบัญญัติ
ที่รับรองความเป็นอิสระในการท าหน้าที่พิจารณาและพิพากษาคดีของผู้พิพากษา นอกจากนี้
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ หมวด ๕ บัญญัติถึงวินัยของ
ข้าราชการตุลาการ (ตั้งแต่มาตรา ๕๕ ถึงมาตรา ๖๗) และประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ได้วาง
แนวทางประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตุลาการ อันหมายถึงผู้พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษา ดะโต๊ะยุติธรรม

