Page 2297 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2297
๒๒๗๙
ื
ไว้เป็นความลับโดยไม่เปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลอ่นนอกจากผู้รับการประเมิน และต้องเป็นผู้มีความรู ้
ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลให้ถูกต้องตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถาม ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า
ส านักงานศาลยุติธรรมควรเลือกน าเสนอข้อมูลย้อนกลับแบบทางอ้อม แม้มีค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ
ิ
ิ่
เพมขึ้นก็ตาม เพราะจะท าให้ผู้ประเมินกล้าติชมวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลว่าผู้พพากษา
จะทราบว่าตนเป็นผู้ประเมินและเกิดอคติเป็นผลเสียต่อคดีหรือความสัมพันธ์ต่อกันในอนาคต ทั้งฝ่าย
ผู้รับการประเมินเองก็ไม่ต้องรับรู้ถึงถ้อยค าวิพากษ์วิจารณ์ที่อาจรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อ
ทัศนคติในการประเมินและไม่เปิดใจยอมรับฟงข้อมูลดังกล่าว
ั
ิ
๖. ระยะเวลาการประเมน แม้ศาลในต่างประเทศมีการประเมินผู้พพากษาทุก ๔ ถึง ๕ ปีต่อครั้ง
ิ
แต่การน ามาใช้ในประเทศไทยนั้น ผู้เขียนเห็นว่าควรจัดให้มีการประเมินปีละ ๒ ครั้ง เนื่องจากผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้นสามารถโยกย้ายสับเปลี่ยนศาลได้ทุกปี ทั้งเป็นการน ามาใช้เพ่อวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้าง
ื
จริยธรรมผู้พิพากษา การประเมินโดยเว้นระยะเวลาห่างกันเช่นนี้ จะท าให้เห็นถึงการพัฒนาและการ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้พิพากษาภายใต้สภาพแวดล้อมเดิมได้ และเชื่อว่าผลการประเมินจะสามารถ
กระตุ้นเตือนใจให้ผู้พิพากษาที่รับการประเมินตระหนักถึงความส าคัญของตนในการที่จะปฏิบัติหน้าที่และ
ด ารงตนอยู่ในกรอบจริยธรรมที่ดีงามอย่างสม่ าเสมอ
บทส่งท้าย
นอกจากจ านวนคดีที่แล้วเสร็จไปจากศาลจะเป็นตัวชี้วัดประสิทธิผลของการท างานของศาลยุติธรรม
แล้ว การมีบุคลากรที่มีคุณภาพก็มีส่วนส าคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภารกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ของ
ศาลยุติธรรม แม้ศาลยุติธรรมมีการประเมินผู้พิพากษาศาลชั้นต้นโดยอธิบดีผู้พิพากษาและหัวหน้าศาล
แต่เป็นการประเมินจากแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียว และการประเมินดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิผลของ
ื
การปฏิบัติงานเพ่อการเลื่อนชั้น ต าแหน่ง เงินเดือนและเงินประจ าต าแหน่งเท่านั้น หากมีการน าวิธีการ
ประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง (multisource assessment) ซึ่งเป็นการประเมินโดยอาศัยข้อมูลจาก
หลายแหล่งที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้รับการประเมินมาใช้ ย่อมท าให้การประเมินมีความแม่นย า
และเที่ยงตรงยิ่งขึ้น เพราะข้อมูลได้มาจากหลากหลายมุมมองของผู้เกี่ยวข้องที่มีความใกล้ชิดผู้รับการประเมิน
ในแต่ละข้อรายการประเมินมากกว่าการประเมินในรูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถึงเวลาและสมควรแล้วหรือไม่
ที่ศาลยุติธรรมจะมุ่งส่งเสริมจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาด้วยการใช้ข้อมูลย้อนกลับที่ได้รับ
จากการประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง เป็นเครื่องมือสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของผู้พิพากษา
เป็นรายบุคคลจากมุมมองของผู้เกี่ยวข้องรอบด้านเพ่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ อันเป็นก้าวแรกแห่งที่มา
ื

