Page 2373 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2373
14
ตามที่ศาลก าหนดได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภายเครือข่ายชุมชน คือ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.
ี่
ื่
หรือ อสค. เพอให้เด็กหรือเยาวชนได้ตระหนักถึงการปฏิบัติตามค าสั่งหรือเงื่อนไขทศาลก าหนด รวมถึงเป็น
การสอดส่องและป้องปรามการกระท าผิดซ้ าที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือค าสั่งศาล
1.4 ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ในการสอดส่อง
และก ากับดูแลเดกหรือเยาวชน โดยเครือข่ายชุมชนต้องได้รับการแต่งตั้งและผ่านอบรมเบื้องต้นในการ
สอดส่อง หรือประเมินพฤติกรรมเด็กหรือเยาวชน เพื่อป้องกันการกระท าความผิดซ้ าร่วมกับเครือข่ายชุมชน
2. การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการและติดตามพฤติกรรมหลังเข้าร่วม
โครงการ คือ
2.1 ก่อนเด็กหรือเยาวชนเข้าร่วมทุกโครงการที่ศูนย์ให้ค าปรึกษาแนะน าฯ จัดปฐมนิเทศเด็ก
หรือเยาวชนและผู้ปกครอง เตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 สัปดาห์ วัน
ปฐมนิเทศตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะทุกโครงการ หากตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ ผู้พพากษาสมทบ
ิ
ิ
หรือนักจิตวิทยา สอบสวนข้อเท็จจริงเสนอความเห็นต่อศาล ซึ่งศาลจะใช้ดุลพนิจตามความเสี่ยงหรือ
พฤติกรรมเป็นรายกรณี โดยยึดประโยชน์ที่เหมาะสมกับเด็กหรือเยาวชน ให้สอดคล้องเจตนารมณ์กฎหมาย
2.2 การติดตามผลหลังเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ ครบ 1 เดือน นัดติดตามพฤติกรรม
เด็กหรือเยาวชน ร่วมกับหน่วยงานทหารที่ท าการฝึกอบรม เช่น กรมทหารราบที่ 23 เป็นสถานที่ให้เด็กมา
ี่
รายงานตัวกับครูฝึกทหาร ครูทหารพเลี้ยง ต่อมาได้ย้ายมารายงานตัวที่ศาลเยาวชนโดยครูฝึกทหารประจ ากลุ่ม
หรือหมวดแต่ละกลุ่มจะเป็นผู้รับรายงานตัวและประเมินพฤติกรรมตามแบบประเมินหลังเข้าร่วมโครงการโดย
อาศัยความสัมพนธ์ระหว่างเด็กหรือเยาวชนกับครูฝึกในระหว่างที่เด็กเข้าร่วมโครงการนอกจากนี้ยังมีการติดตาม
ั
ทางกลุ่มไลน์และการติดตามในชุมชนโดยแบบไม่เป็นทางการ โดยครูฝึกประจ ากลุ่มที่รับผิดชอบเด็กหรือเยาวชน
10 – 15 คน ต่อกลุ่ม ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 หรือผู้บังคับการของหน่วยมอบหมาย
นโยบายสู่การปฏิบัติของชุดครูฝึกทหาร ซึ่งในการฝึกอบรมตลอด เวลา 9 คืน 10 วัน ชุดครูฝึกจะรับผิดชอบเด็ก
หรือเยาวชนประจ ากลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นใจและสัมพนธภาพทางบวกในการปรับเปลี่ยนตนเอง
ั
2.3 การติดตามโดยสื่อโซเชี่ยลมีเดีย กลุ่มเฟสบุ๊ค คือ ค่ายศูนย์ให้ค าปรึกษา ศย.โคราช
และไลน์ คือ กลุ่มเยาวชนต้นแบบ ศย.โคราช เป็นการติดตามโดยไม่เป็นทางการ ซึ่งเด็กหรือเยาวชนทุกคน
มีเฟสบุ๊ค ดังนั้นเป็นอกหนึ่งช่องทางที่ท าให้ติดตามพฤติกรรมเด็กหรือเยาวชนในรูปแบบเป็นธรรมชาติของเด็ก
ี
หรือเยาวชน นอกจากนี้เด็กหรือเยาวชนมีความไว้ใจและขอค าปรึกษาทาง inbox ของเฟสบุ๊ค เป็นการส่วนตัวใน
เรื่องการเรียน การแก้ปัญหา และปัญหาอื่นที่ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือค าสั่งศาล
สรุปกระบวนการติดตามพฤติกรรมเด็กหรือเยาวชน เพอให้เด็กและเยาวชนมีการปรับเปลี่ยน
ื่
ื
ิ
ความคดและพฤติกรรมกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคม ต้องอาศัยความร่วมมอกับภาคีเครือข่ายหลักและ
ื่
ภาคีเครือข่ายชุมชนในการสอดส่องพฤติกรรมเด็กหรือเยาวชนร่วมกัน เพอเป็นการป้องปรามและส่งเสริมให้เด็ก
ี
9
หรือเยาวชนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม เพื่อลดการกระท าความผิดซ้ า ไม่ให้มีคดีกลับเข้ามาสู่ศาลอก
ข้อค้นพบการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
ู
พบว่าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา มีการจัดท าแผนแก้ไข บ าบัดฟื้นฟเด็กและเยาวชน
9 ศูนย์ให้ค าปรึกษาแนะน าและประสานการประชมเพื่อแก้ไข บ าบัด ฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว ศาลเยาวชนและ
ุ
ครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา, ผลงานนวัตกรรมโครงการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเยาวชนต้นแบบ,
ปี พ.ศ.2563 หน้า 2 – 3

