Page 2375 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2375
16
ข้อสังเกตบางประการ
ิ
ิ
การใช้มาตรการพเศษแทนการด าเนินคดี และมาตรการพพากษาคดี โดยใช้แนวทางในการท า
แผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟ การให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนผู้กระท าความผิดได้รับการแก้ไข บ าบัด ฟนฟผ่านรูปแบบ
ู
ู
ื้
ื้
การประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชนโดยผู้ประสานการประชุมเป็นกระบวนการที่มีความละเอยดออนต้องมีความ
่
ี
ลุ่มลึกในรายละเอยดรวมไปถึงข้อก าหนดต่างๆ ที่ชัดเจน ผู้ประสานการประชุมต้องมีความรู้ความเข้าใจใน
ี
กระบวนการและมีทักษะที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นอย่างดี และต้องใช้ความรู้ความช านาญของด าเนินการแต่ละฝ่าย
ั
ต้องให้ความส าคัญกับบทบาทของกลุ่มสหวิชาชีพและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานต่างๆ ในการร่วมกน
ิ
ป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. 2553 มาตรา 31 – 33 ก าหนดให้อานาจศาลเยาวชนและครอบครัวสามารถท างานร่วมกับหน่วยงาน
สหวิชาชีพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามาให้ค าปรึกษาแนะน าด้านคดีหรือเกี่ยวกับการแก้ไข บ าบัด
ฟื้นฟเด็กและเยาวชนได้ เพอให้กระบวนการแก้ไขบ าบัด ฟื้นฟเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาของเด็กและ
ู
ื่
ู
เยาวชนเป็นรายบุคคล และมีประสิทธิภาพสามารถจุดประกาย ในการแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชนให้กับสังคม
ั
เด็กและเยาวชนแต่ละรายสามารถพฒนาทักษะความคิด ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญที่จะน าไปสู่การส านึกในการกระท า
โดยในที่สุดต่างฝ่ายต่างกลับไปด าเนินชีวิตในชุมชนและสังคมได้อย่างปกติสุขโดยผู้กระท าความความผิด ไม่หวนไป
กระท าผิดซ้ ารวมถึงสังคมและชุมชนมีความสงบและปลอดภัยในทิศทางที่เน้นรูปแบบการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน
ต่างทั้งภายในและภายนอกกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งทีมสหวิชาชีพ โดยเน้นความส าคัญกับสถาบันครอบครัว
ชุมชนและสังคมภายนอกเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ข้อเสนอแนะ
1. การใช้มาตรการพเศษกับเด็กและเยาวชนในรูปแบบการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน
ิ
ู
ื้
เพอการแก้ไข บ าบัด ฟนฟเป็นกระบวนการท างานในลักษณะเป็นรายกรณี ให้มีความเหมาะสมตรงกับปัญหาที่
ื่
เกิดขึ้น ดังนั้น กระบวนการและขั้นตอนดังกล่าวจึงควรมีลักษณะยืดหยุ่นตามบริบทของปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับเด็กและเยาวชนทั้งในระดับรายบุคคลและในระดับของสภาพแวดล้อมและวิถีชุมชนของเด็กและเยาวชนแต่
ละราย ดังนั้น การแกไขปัญหาการกระท าผิดของเด็กและเยาวชนมีความจ าเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมอ
้
ื
จากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการท างานต้องประกอบด้วยการใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์
ในการด าเนินงานของทีมสหวิชาชีพ ทั้งผู้พพากษาสมทบ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ จิตแพทย์เด็กและ
ิ
วัยรุ่นที่เป็นทีมสหวิชาชีพ คือ การท างานเป็นทีมทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระบวนการยุติธรรม
โดยจะต้องเป็นการด าเนินงานที่มีความต่อเนื่องและสม่ าเสมอเพอการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในระยะยาว
ื่
2. ศาลเยาวชนและครอบครัว ควรมีนโยบายในการท างานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ื่
ื้
และส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข บ าบัด ฟนฟให้มากยิ่งขึ้น เพอให้ตรงกับสภาพปัญหา
ู
ของเด็กหรือเยาวชน โดยยึดหลักการท างานในลักษณะการใช้ความสัมพนธ์ที่ดีต่อกันในด้านการประสานงาน ให้
ั
ค าปรึกษา สนับสนุน ช่วยเหลือ เห็นประโยชน์ร่วมกัน และบูรณการในการท างานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ท าให้
เกิดประสิทธิภาพของด าเนินงานที่ดีมากขึ้น และเกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

