Page 293 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 293
๖. จารึกบ้านสันต้นม่วง ตำบลใหม่ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา อ้างจากนิตยสารศิลปากรปีท ี่
ั
๒๙ เล่ม ๖ พ.ศ. ๒๕๒๙ ที่ปรากฏใน ประวัติพระธาตุดอยตุง รวบรวมโดยคณะกรรมการการค้นคว้าวิจย
ประวัติพระธาตุดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๖ หน้า
๘๑ เรียกว่า “พระราชาอโศกผู้เป็นเจ้า”
๗. ตำนานมหาธาตุเจ้าจอมยอง ฉบับพิมพ์ด้วยอักษรไทย โดยสมาคมชาวยอง ตำบลเวียงยอง อำเภอ
เมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ว่า “พระญาอโศกธรรมราชะ” /และ “พระญาธัมมอโสกราชะ” ระบุพระนามนี้ ๒
ครั้ง และตรงกันทั้ง ๒ ครั้ง
๘. ตำนานมูลศาสนา ฝ่ายวัดป่าแดง เชียงตุง ฉบับวัดบุพพาราม บ้านเอื้อม จังหวัดลำปาง ปริวรรต
โดย ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร และ ปวงคำ ตุ้ยเขียว ระบุความว่า “ในปีนั้นชาวเมืองทั้งหลาย
พร้อมกันปลงพระยาสามฝั่งแกน แล้วใช้ไปภายเมืองยวมราธนาลูกท่านชื่อ ท้าว(ลก)ลงมากินเมืองเชียงใหม่
้
่
้
เดือน ๘ ออก ๕ ค่ำ เม็ง ๓ ไทเต่ายียามตดเชา ลวดอุสสาราชไดชื่อว่า พระยาอาทิษราชแล ทานรู้ข่าวว่าพระ
ู
มหาญาณคัมภีระเถรเจ้าไปเอาสาสนามารอด ท่านก็ยินดีนักแล พระยาอาทิษแลมหาเทวีจิ่งพร้อมกันหื้อม้าง
ราชมณเฑียรรหลังเก่าไปแปลงที่มหาเถรเจ้าจักอยู่... จึงขึ้นชื่อว่า วัดราชมุณเฑียรแล (ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง
เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่)”
๙. ตำนานมูลศาสนา ฝ่ายวัดป่าแดง ฉบับวัดเจดีย์หลวง ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะ
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ปริวรรตโดย สมหมาย เปรมจิตต์ และ ปวงคำ ตุ้ยเขียว
้
ิ
ระบุพระนามไว้ดังนี้ “ลวดอุสสาราชภิเสกไดชอว่า อทิตราชติลก” / “พระยาอทิตต์” / “พระอาทิตตตโลก
ื่
ราช”
๑๐. มูลสาสนา สำนวนล้านนา ของบำเพ็ญ ระวิน ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงตอนที่พระญาสามฝั่งแกนมอบราชสมบัติให้พระราชโอรสว่า “...พระญาค็นิมันต
ิ
นาสังฆะมาเปนสักขีแล้วเวนราชสัมปัตติหื้อแก่ลูกตนชื่อว่าท้าวโลก..” / “...ท้าวจักกวัตจิ่งชวนเมธังกระเจ้า
กับฅนทังหลาย..” และ “บวชเปนภิกขุได้ ๗ วัน ค็สิกข์ออกมาเสวิยสัมปัติดั่งเก่า เขาชาวเจ้าจิ่งใส่ชื่อว่า ปว
รจักกวัตคธัมมราชะ วันนั้นแล..”
ิ
ู
๑๑. เชื้อเครือเจ้าแสนหวีสบสองปันนา เรียบเรียงโดย เท่าคว่างแซ้ง และอ้ายคำ แปลโดย เรณ วิชา
ศิลป์ กองทุนสนับสนุนการวิจัยและมูลนิธิโตโยต้า ๒๕๔๔ ในหน้า ๑๓๑ ส่วนหนึ่งว่า “จุลศักราช ๘๒๕ ตัวเขาก็
มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง
หน้า ๕