Page 306 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 306

<๑๖> ครั้นว่าพระพุทธเจ้าเข้าสู่นิพพานไปแล้วได้ ๒๐๐๐ ปี พรญาสรีธัมมโสกกะราช เสด็จมา
                 ยั้งตั้งอยู่เมืองอุปยา คือ เมืองโต้งย้าง พระองค์ก็ได้ให้ขุดแท่นขึ้นที่ถ้ำโต้งย้าง เลิกได้ ๑๘ วา กว้าง ๑๘ วา

                                                                                                     ิ
                                                                                                   ่
                 สี่แจ่ง(=๔มุม)เสมอกัน  แล้วจิ่งหื้อช่างหล่อ หล่ออ่างลูกหนึ่ง เสี้ยงคำล้านหนึ่ง  ตักน้ำใส่หื้อเต็มกับหลอสงคำ
                 ตัวหนึ่ง เสี้ยงคำล้านหนึ่ง  หื้อยืนอยู่





                      <๑๗> ในอ่างทองคำแล้ว ก็ให้หล่อพานคำ ลูกหนึ่ง เสี้ยงคำล้านหนึ่งแล้ว ก็ตั้งเหนือหลังสิงคำ จง
                                                                                                       ิ่
                 หล่อรูปพระนาราย องค ๑ เสี้ยงคำล้านหนึ่ง  ก็เอาตั้งเหนือพานคำนั่นแล้ว  ๒ มือตุ้มกรอุบแก้ว (ขะอูป)

                 ผลิก (ผลึก) พรญาสรีธัมมโสกะราช และพระอรหันตาเจ้าทั้งหลายก็ราธนาธาตุพระพุทธเจ้า มาประจ  ุ

                 (บรรจุ) ตั้งไว้ในกรอุบ(ขะอูป) แก้ว ผลิก(=ผลึก) ที่พระนารายตุ้มไว้นั้นแล้ว ก็อวายหน้าพระนาราย ไปทิศตะ
                                                                                            ิ
                 ตั้งวันออก หล่อรูปปราสาท เสี้ยงคำล้านหนึ่ง หล่อรูปพระอิน ถือจักกวุทธแล้วด้วยคำ  อยู่ทศตะวันออกกับ
                 หล่อรูปวิรุฬหทำเปนยน(ยน=หุ่น) ผัดอยู่เปนนิจกาน แล  พระอรหันตาแลท้าวพระญาทั้งหลาย ก็สั่งรูปยนว่า

                                                                                                    ั้
                 ดูกรายักสาเตวบุต (เทวบุตร) กับพรยานาธ(พญานาค) อันอยู่ปกปักรักษาในถานที่นี้ ท่านทั้งหลานจงตงใจด  ู
                                                                                                  ุ่
                                                                                                       ุ
                 ตั้งหูฟังรักษาพระธาตุ แห่งพระพุทธเจ้า  ผิว่า บุคละผู้ใดจักปรารถนาทำอนตวาย(อันตราย) แก่พระธาตนี้
                 พอที่จักให้ตายก็ให้ตายพอทจักให้ฉิบหาย ก็หื้อฉิบหาย เปนอนตวาย(อันตราย) อย่าให้ขาดต่อสุขทานไดเลย
                                                                                                     ้
                                       ี่
                                                                                                 ่
                 แล





                      <๑๘> บุคคลผู้ใดมีใจเลื่อมใส มาปติสังกอร(=ปฏิสังขรณ์) แลนมัสการด้วยใจสทธา (=ศรัทธา)แท้ ดง ั

                 อั้น อันท่านทั้งหลาย จุ่งพิทักรักษาคนทั้งหลายฝูงนั้น อย่าหื้อเปนอนตวาย(=อันตราย) แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ได ้

                 ครั้นว่าพระอรหันตา แลท้าวพรญาทั้งหลาย สั่งมหายักยนจักนั้นแล้ว ก็ผายข้าวตอกดอกไม้เงิน ดอกไม้คำ ปู
                 จาสกาน(=บูชาสักการ) พระธาตุของพระพุทธเจ้า แล้วก็ถมด้วยอิฐเงินอิฐคำ แล้วจิ่งถมด้วยศิลา หื้อเสมอ

                 แผ่นดินแล้ว จิ่งปลูกไม้รังต้นหนึ่งไว้ในถานที่นั้นแล้ว พรญาสรีธัมมอโสกกราช จิ่งพาเอาริพลสกุลโยธาไปสู่

                                                                                                       ้
                 เมืองอไลโม คือ เมืองสังคโลก นั้นเมื่อสาสนาพุทธเจ้าล่วงไปได้ ๒๐๐๐ ปีปลาย  ทรายคำตัวที่พุทธเจา
                 ทำนายไว้นั้นได้เกิดมาเปนมนุสสแล้ว ออกบวชในพระสาสนาชื่อว่าพระมหากาละเถรกาเลไธย คือปู่ชีขา

                 ลาย ก็มีวันนั้นแล ตะทากาเลในกาลนั้นยังมีชายผู้หนึ่ง ไปไถที่ปลูกถั่วในเวลาเช้า ไปตามริมต้นไม้รัง ท ี่

                 สารีริกธาตุปรจุ(ปรจ=บรรจุ) ตั้งไว้นั้น พระสารีริกธาตุก็กทำปาฏิหาริย ดังนั้น ชายผู้นั้นหัน(เห็น) ก็เป็นอัศ
                                  ุ
                 จันมากนักก็



                             มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง


                                                        หน้า ๑๘
   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310   311