Page 307 - หนังสือเมืองลับแล(ง)
P. 307

<๑๙> ก็กลับมาสู่เรือนของตน ก็นำเนื้อความที่ตนได้หัน(เห็น) รัศมีรุ่งเรืองนั้นไปบอกแก่ปุริสนาย

                                                                                                      ่
                                                             ี่
                 บ้าน ผู้หนึ่งชื่อว่านายยอด แล้วนายยอดก็พาชายที่ไถทปลูกถั่ว ไปสู่สำนักพระมหากาละเถรกาเลไธย สวน
                 ว่าชายผู้นั้นก็บอกความที่ตนหัน(เห็น) นั้นแก่พระมหากาละเถรกาเลไธย อถโขในกาลนั้น พระมหากาละ
                 เถรกาเลไธย กับทั้งนายยอดแลชายผู้นั้น มีคนทั้งหลายเปนอันมาก ก็เข้าไปสู่ต้นรัง พระมหากาละเถรกา

                 เลไธย ก็พิจารณาด้วยญาณแห่งตน ก็รู้ว่าพระอรหันตาเจ้าทั้งหลาย เมื่อก่อนปรจุ(บรรจุ)ธาตุแห่ง

                 พระพุทธเจ้าไว้ในที่นี้ จิ่งตั้งคำสัจจอธิษฐานว่า ข้าแด่พระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาแก่สรรพสัตวโลก
                 ทั้งหลาย ครั้นว่าข้าจักไดอุปฐากรักษายกยอสร้างแปงพระพุทธสาสนาได้แล้ว ก็ขอหื้อพระสารีริกธาตุ จุ่งก
                                     ้
                 ทำปาติหาร หื้อปรากฏแก่ตาแห่งผู้ข้า ในกาลบัดนี้เทิอะ ในเมื่อ พระมหากาละเถรกาเลไธย ตั้งสัจจะอธิฐาน

                 ดั่งอั้น ส่วนว่าสรีระธาตุแห่งสมเดจพระพุทธเจ้า ก็กะทำปฏิหาริยเสด็จออกมา เท่าลูกหมากพร้าว ลูกตาล
                 อันรุ่งเรืองงาม ประดุจดั่ง








                                              ิ
                                                   ิ
                      <๒๐> แสงสุริยาออกไปทั่วทศานุทศ ต่างมีวรรณะสว่างหาย ภบุลอัศจรรย์มีมากด้วยรัศมี หากเรือง
                 ไร เตชะนาอันวาคมทั้งหลาย มีมหากาละเถรกาเลไธย เป็นประธาน ก็โสมนัสสาชมชื่นยินดีแล้ว ต่างคนก็
                                                                                            ้
                                                                                        ้
                                                                                                  ้
                 ต่างเข้าสักการะบูชา ด้วยข้าวตอกดอกไม้ของหอม ธูปเทียนแก่สรีรธาตุแห่งพระพุทธเจา แลวก็ตดตนรังนั้น
                                                                                                ั
                                                                                                ้
                                                                           ิ
                 เสีย ก็ก่อเปนมหาเจติยกอม(กอม=คลุม)ลงไว้ ในที่ต้นรังนั้นเปนมหาเจตยอันประเสริฐในเมืองโตงย้าง ยาว
                 ชาฎกก ตราบเถิงกาลบัดนี้ ไว้เปนที่ไหว้ แลสักการบูชาแก่คนแลเตวดา(เทวดา) สมณพราหมณเจาทงหลาย
                                                                                                ้
                                                                                                  ั้
                       ํ
                                                                                                   ี
                                                                                                ้
                                                                                                 ี
                                                                 ิ
                 เพื่อใฝ่มักยังนิพพาน ในอนาคตกาลภายหน้า จุ่งเอาใจใส่ปฏบัติ อย่าหื้อขาด อย่าประมาทเสียแทดหล หื้อมี
                                     ั
                 ใจมุทุแก่ฝูงสัตวฺคอยปฏิบติรักษาศีลฟังธัมเมตตาภาวนา ไปบ่ขาดก็จักได้เถงเวียงแก้ว บ่คลาดบ่ครา ชะนี้แล
                                                                             ิ
                 แม้นบุคคลผู้ใดไดสร้างได้เขียน เอายังตำนานนี้ไว้ไหว้สักการะปูจา ก็เหมือนหนึ่งได้ปูจาพระพุทธเจา เมื่อยัง
                                                                                                 ้
                               ้
                 ทรมานอยู่


                                                                                                       ็
                      <๒๑>ก็วันนั้นแล กล่าวตำนานนิทานพระแท่นศิลาอาสนฺเมืองโต้งย้าง ก็แล้วเท่านี้ก็ก่อนแล  เสดจ
                 แล้วยามตาวันมอย(ตาวันมอย=ตะวันลับแสง) คอยค่ำแก่ข้าแล จุลสกราชได้ ๑๒๕๔ ปีเต่าใจ้ เดือน ๔ ออก




                             มหาสรีธัมมติโลกราชะ : ติโลกราชกับอำนาจเหนือดินแดนเหนือล่าง


                                                        หน้า ๑๙
   302   303   304   305   306   307   308   309   310   311   312