Page 1136 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1136
๑๑๒๔
ี
วินิจฉัยประเมินอาการบุคคลนั้นโดยละเอยด และมีอานาจสั่งให้บุคคลนั้นเข้ารับการบ าบัดรักษาในสถาน
บ าบัดรักษา หรือสถานที่อื่นหรือไม่กได้ตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนี้ยังเปิดช่องให้มีการอุทธรณ์ทบทวน
็
ค าสั่งของคณะกรรมการสถานบ าบัดรักษาที่มีค าสั่งให้บ าบัดรักษา หรือขยายระยะเวลาบ าบัดรักษาต่อ
คณะกรรมการอุทธรณ์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลนั้นด้วย
๑.๒ มาตรการทางกฎหมายในการด าเนินคดีอาญาแก่บุคคลวิกลจริต เป็นมาตรการ
ภายหลังจากมีการกระท าความผิดอาญาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งกฎหมายให้ความคุ้มครองบุคคลดังกล่าวไว้
ื
หลายกรณี ได้แก่ กรณีบุคคลวิกลจริตซึ่งมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟนเฟอนและไม่สามารถต่อสู้คดีได้
ั่
ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔ ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า ในระหว่างท าการสอบสวน
้
ไต่สวนมูลฟอง หรือพจารณา ถ้ามีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดี
ิ
ได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาลแล้วแต่กรณี สั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจผู้นั้นเสร็จแล้วให้เรียกพนักงาน
แพทย์ผู้นั้นมาให้ถ้อยค าหรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใด ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่า
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
ไว้จนกว่าผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอานาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลโรคจิต
ื่
หรือมอบให้ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจ าจังหวัดหรือผู้อนที่เต็มใจรับไปดูแลรักษาก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควร
กรณีผู้ต้องโทษเป็นผู้มีสภาพจิตไม่ปกติ ซึ่งเมื่อศาลพพากษาลงโทษจ าคุกจ าเลยปรากฏว่า จ าเลยวิกลจริต
ิ
ศาลจะทุเลาการบังคับโทษจ าคุกไว้แล้วส่งตัวบุคคลนั้นไปรับการบ าบัดรักษาที่สถานพยาบาล ตามประมวล
กฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๖ (๑) กรณีที่บุคคลซึ่งต้องโทษประหารชีวิตเกิดวิกลจริตก่อน
ิ
ถูกประหารชีวิต ให้รอการประหารชีวิตไว้ก่อนจนกว่าผู้นั้นจะหาย ขณะทุเลาการประหารชีวิตอยู่นั้น ศาลมี
อานาจยกมาตรา ๔๖ วรรค (๒) แห่งกฎหมายลักษณะอาญามาบังคับถ้าผู้วิกลจริตหายภายหลังปีหนึ่งนับ
แต่วันค าพพากษาถึงที่สุดให้ลดโทษประหารชีวิตลงเหลือจ าคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายวิธี
ิ
ิ
ั่
พจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๘ หรือกรณีที่ผู้กระท าความผิดเป็นผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟน
เฟอน หรือเป็นผู้เสพสุราเป็นอาจิณ หรือเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษซึ่งศาลมีค าสั่งให้ใช้วิธีการเพอความ
ื่
ื
ปลอดภัย โดยให้น าตัวไปรับการบ าบัดรักษา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ และ
ิ
ในกรณีผู้ที่มีสภาพจิตไม่ปกติที่ถูกคุมความประพฤติ ซึ่งศาลพพากษาลงโทษจ าคุก แต่รอการก าหนดโทษไว้
หรือก าหนดโทษแต่รอการลงโทษ และศาลได้ก าหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของผู้นั้น โดยสั่งให้ไปรับการ
บ าบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจหรือความเจ็บป่วยอย่างอน ณ
ื่
สถานที่บ าบัดรักษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ วรรคสาม (๔) ซึ่งการน าส่งตัวบุคคลดังกล่าว
ไปคุมตัวหรือรักษาไว้ในสถานพยาบาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๙ วรรคสอง และ
ิ
ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๖ (๑) นั้น พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๓๗ ได้ก าหนดหลักเกณฑ์ในการบ าบัดรักษา ระยะเวลาบ าบัดรักษา รวมถึงวิธีการในการรายงานผล
ื่
การบ าบัดรักษาและการท าความเห็นแก่พนักงานสอบสวนหรือศาล ตลอดจนวิธีการเพอป้องกันการ
ื่
ั
หลบหนีหรือเพอป้องกันอนตราย โดยแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันบ้างในเรื่องระยะเวลาบ าบัดรักษาหรือ
รูปแบบการรายงานผล แต่ส่วนใหญ่มีหลักเกณฑ์เหมือนกัน

