Page 1357 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1357

๑๓๔๕

                 ๔. บทวิเคราะห  ์

                        ในส่วนนี้จะได้วิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวกับการท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์

                 แทนค่าปรับตามที่ก าหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

                 ว่าด้วยการก าหนดจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคม

                 หรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังนี้


                        ๔.๑ การช าระค่าปรับ

                                                                                    ิ่
                                                        ิ่
                              มาตรา ๓๐/๑ ได้รับการแก้ไขเพมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพมเติมประมวลกฎหมาย
                 อาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขจ านวนเงิน จากเดิมที่ก าหนดว่า ศาลต้องมี

                     ิ
                 ค าพพากษาปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท ผู้ต้องโทษปรับจึงจะขอท างานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์
                                              ิ
                 แทนค่าปรับได้ เป็นใช้ถ้อยค าว่า พพากษาปรับ โดยไม่มีก าหนดจ านวนเงินค่าปรับขั้นสูงไว้ กฎหมายส่วนที่
                                                                                          ิ
                 แก้ไขใหม่จึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องโทษปรับมากกว่ากฎหมายเดิม ศาลสามารถใช้ดุลพนิจสั่งอนุญาตให้
                 ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้มากขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลให้ผู้ต้องโทษปรับที่ไม่

                                                                                      ื่
                 มีเงินช าระค่าปรับไม่ต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ มีโอกาสท างานตอบแทนสังคมเพอชดเชยความผิดที่ได้
                 กระท าลง และเป็นการลดปริมาณผู้ต้องขังแทนค่าปรับได้เพมมากยิ่งขึ้น
                                                                 ิ่
                                    ิ
                              มีข้อน่าพจารณาอยู่ว่า กฎหมายทั้งสองฉบับ ใช้ถ้อยค าว่า ไม่มีเงินช าระค่าปรับ ถ้อยค า
                 ดังกล่าวจะรวมถึงกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับมีเงินช าระค่าปรับแต่เพยงบางส่วนด้วยหรือไม่ ปัญหานี้
                                                                           ี
                 ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า เมื่อเป็นบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดว่า

                                                     ี
                 หมายถึงไม่มีเงินช าระค่าปรับทั้งหมด ส่วนอกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า หมายความรวมถึงมีเงินช าระค่าปรับแต่เพียง
                 บางส่วนด้วย

                              ในประเด็นนี้ แม้กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ผู้ต้องโทษปรับไม่มีเงินช าระค่าปรับทั้งหมด

                                                      ิ
                 หรือไม่มีเงินช าระค่าปรับบางส่วน แต่หากพจารณาจากวัตถุประสงค์ในการลงโทษปรับที่ต้องการบังคับ
                                                                                      ี
                 เอาแก่ทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับแล้ว การที่ผู้ต้องโทษปรับช าระค่าปรับแต่เพยงบางส่วนหรือเท่าที่
                 ผู้ต้องโทษปรับสามารถช าระได้ ส่วนที่เหลือจึงขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน

                 ค่าปรับ ย่อมเป็นประโยชน์แก่รัฐที่จะได้รับค่าปรับตามค าพพากษา และเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องโทษปรับ
                                                                   ิ
                 ที่จะไม่ต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการลงโทษ และแนวคิดการท างาน

                                                                                                      ื้
                 บริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ที่ต้องการให้โอกาสผู้กระท าความผิดได้แก้ไขฟนฟ ู
                 ปรับปรุงพฤติกรรมของตนเอง และสร้างจิตส านึกที่ดีให้แก่ผู้ต้องโทษปรับเพอให้ช่วยเหลือสร้าง
                                                                                       ื่
                 คุณประโยชน์แก่สังคม ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า ค าว่าไม่มีเงินช าระค่าปรับ น่าจะหมายความรวมถึงกรณีที่
   1352   1353   1354   1355   1356   1357   1358   1359   1360   1361   1362