Page 1361 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1361
๑๓๔๙
ื่
ท าให้ผู้ต้องโทษปรับต้องถูกควบคุมตัวปะปนกับผู้ต้องโทษกักขังและผู้ต้องโทษปรับรายอน ๆ ซึ่งอาจจะ
กระท าความผิดในข้อหาเดียวกันหรือต่างข้อหา มีโอกาสได้รู้จัก ได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์การกระท า
้
ความผิดข้อหาอน ๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ผู้ต้องโทษปรับและสังคมโดยรวมเมื่อผู้ต้องโทษปรับพนก าหนด
ื่
ระยะเวลาการกักขังแทนค่าปรับแล้ว
เมื่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐/๑ เปิดโอกาสให้ผู้ต้องโทษปรับที่เป็นบุคคล
ธรรมดาและไม่มีเงินช าระค่าปรับมีสิทธิขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้
โดยไม่จ ากัดสภาพความผิด แต่ระเบียบฉบับนี้กลับขยายความก าหนดสภาพความผิดที่ไม่ควรอนุญาตไว้
จึงน่าจะเกินเลยไปจากเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐/๑ ที่ต้องการสร้างจิตส านึกที่ดี
ื่
ให้แก่ผู้ต้องโทษปรับเพอให้เข้ามามีบทบาทช่วยเหลือสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ทั้งยังเป็นการจ ากัดการใช้
ดุลพนิจของศาล ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันแก่ผู้ต้องโทษปรับในการเข้าถึงโอกาสที่จะท างานบริการ
ิ
สังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับตามกฎหมาย
๔.๓ แบบพิมพ์ค าร้องและประวัติจ าเลย
เมื่อศาลมีค าพิพากษาปรับ การท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ
อาจเกิดขึ้นได้ในสองกรณี คือ ผู้ต้องโทษปรับเป็นผู้ร้องขอเอง หรือศาลมีค าสั่งให้ท างานบริการสังคมหรือ
ท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับโดยผู้ต้องโทษปรับไม่ได้ร้องขอ แต่อาศัยความยินยอมของผู้ต้องโทษ
ปรับนั้น ในกรณีผู้ต้องโทษปรับร้องขอ ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการก าหนด
จ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคมหรือ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖ ข้อ ๔ ผู้ต้องโทษปรับต้องกรอก
รายละเอยดและประวัติลงในแบบพมพค าร้อง (บ.ส.๑) และแบบพมพประวัติจ าเลย (บ.ส.๒) แต่หากเป็น
ี
์
์
ิ
ิ
ี
ิ
กรณีที่ศาลสั่งโดยอาศัยความยินยอม ผู้ต้องโทษปรับไม่ต้องกรอกรายละเอยดลงในแบบพมพทั้งสองฉบับ
์
แต่อย่างใด
จากประสบการณ์ในการท างานของผู้เขียนที่เกี่ยวกับการพจารณาออกค าสั่งอนุญาตหรือไม่
ิ
อนุญาตให้ผู้ต้องโทษปรับท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับตลอดระยะเวลา
หลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงปี ๒๕๖๓ ขณะด ารงต าแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัด
เชียงใหม่ ซึ่งผู้เขียนได้รับค าสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะท างานโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมาตรการ
ในการท างานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแกผู้ถูกกักขังผ่านทางจอภาพ พบว่า เมื่อศาล
่
่
ิ
อานค าพพากษาหรือเมื่อมีการแจ้งสิทธิในการขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน
ี
ค่าปรับให้ผู้ต้องโทษปรับทราบแล้ว ผู้ต้องโทษปรับที่ไม่มีเงินช าระค่าปรับทั้งหมดหรือมีเงินช าระแต่เพยง

