Page 1363 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1363
๑๓๕๑
๕. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
การท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับเป็นมาตรการทางกฎหมาย
ื้
ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพนฐานของผู้ต้องขังตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและตามนโยบาย
ประธานศาลฎีกา เป็นมาตรการหรือวิธีการบังคับเอาแก่ค่าปรับตามที่กฎหมายก าหนดไว้ ให้สิทธิแก่
ิ
ผู้ต้องโทษปรับที่เป็นบุคคลธรรมดา และไม่มีเงินช าระค่าปรับตามค าพพากษาสามารถขอท างานบริการ
ู
ื่
สังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพอแก้ไขฟนฟ และปรับปรุง
ื้
พฤติกรรมผู้ต้องโทษปรับไม่ให้กระท าความผิดขึ้นอก แต่เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท างานบริการ
ี
สังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ยังก าหนดหลักเกณฑ์ไว้ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม จ ากัด
การใช้ดุลพนิจของศาล และมีแนวปฏิบัติบางประการที่ก่อให้เกิดความล่าช้าแก่ผู้ต้องโทษปรับ มาตรการ
ิ
ทางกฎหมายส าหรับการท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับที่ใช้บังคับอยู่ใน
ปัจจุบันจึงยังไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องโทษปรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐/๑ ควรก าหนดหลักเกณฑ์การ
ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับในส่วนของค าว่าไม่มีเงินช าระค่าปรับให้
ชัดเจน แก้ไขหลักการอาศัยความยินยอม และแก้ไขระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการ
ก าหนดจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคมหรือ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ประกอบ
ิ
ิ
ื่
ดุลพนิจ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับแบบพมพประวัติจ าเลย (บ.ส. ๒ ) ทั้งนี้ เพอให้การท างานบริการสังคม
์
หรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับมีแนวปฏิบัติที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ใช้บังคับแก่ผู้ต้องโทษ
ปรับได้อย่างเท่าเทียมกัน และสามารถขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และ
ลดการคุมขังที่ไม่จ าเป็น ได้อย่างแท้จริง

