Page 1358 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1358

๑๓๔๖

                                                                             ี
                 ผู้ต้องโทษปรับไม่มีเงินช าระค่าปรับทั้งหมด หรือมีเงินช าระค่าปรับแต่เพยงบางส่วนด้วย ทั้งนี้ เพอให้การ
                                                                                                  ื่
                 ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับใช้บังคับครอบคลุมผู้ต้องโทษปรับอย่าง

                 เท่าเทียมกัน

                        ๔.๒ หลักเกณฑ์ประกอบดุลพินิจ

                              กฎหมายทั้งสองฉบับ ก าหนดหลักเกณฑ์ให้ศาลน าไปใช้ประกอบดุลพนิจไว้หลายประการ
                                                                                        ิ
                 บทความนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะหลักเกณฑ์ในกรณีที่ต้องอาศัยความยินยอมของผู้ต้องโทษปรับ และสภาพ

                 ความผิดของผู้ต้องโทษปรับที่ได้กระท าลงในคดีนั้น

                              (๑) ความยินยอมของผู้ต้องโทษปรับ

                                   การท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับนอกจากเกิดจากการที่

                                                                                ิ
                 ผู้ต้องโทษปรับยื่นค าร้องขอแล้ว ในบางคดีหากความปรากฏแก่ศาลในขณะพพากษาว่าผู้ต้องโทษปรับอยู่ใน
                 เกณฑ์ที่จะท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ ประมวลกฎหมายอาญา


                 มาตรา ๓๐/๑ ให้อานาจศาลสั่งให้ผู้ต้องโทษปรับท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทน
                 ค่าปรับโดยผู้ต้องโทษปรับไม่ต้องยื่นค าร้องขอได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องโทษปรับแล้วเท่านั้น

                                   มาตรการบังคับเอาแก่โทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ มีทั้งมาตรการ

                 ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน และมาตรการที่เกี่ยวกับเสรีภาพ มาตรการที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน ได้แก่ การยึดทรัพย์สิน

                 และการอายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สิน มาตรการที่เกี่ยวกับเสรีภาพ ได้แก่ การกักขังแทนค่าปรับ เมื่อ

                 ผู้ต้องโทษปรับไม่มีเงินช าระค่าปรับ ย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าผู้ต้องโทษปรับไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดหรือ

                                                   ิ
                        ื่
                 อายัดเพอน าเงินมาช าระค่าปรับตามค าพพากษาได้ การบังคับเอาแก่โทษปรับในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน
                 จึงไม่อาจกระท าได้ คงเหลือการบังคับเอาแก่โทษปรับเพยงกรณีเดียวคือการกักขังแทนค่าปรับ หาก
                                                                  ี
                 ผู้ต้องโทษปรับไม่ยินยอมท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ผู้ต้องโทษปรับต้อง

                 ถูกส่งตัวไปควบคุมยังสถานที่กักขังตามกฎหมาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการลงโทษปรับ

                 ที่เป็นการลงโทษในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่การลงโทษเพื่อต้องการจ ากัดเสรีภาพ

                                                                         ื่
                                   หากน าไปเปรียบเทียบกับการก าหนดเงื่อนไขเพอคุมความประพฤติผู้กระท าความผิด
                 ในกรณีที่ศาลรอการก าหนดโทษหรือรอการลงโทษ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ให้อ านาจศาลสั่งให้

                 ผู้กระท าความผิดกระท ากิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ได้ตามที่ศาลเห็นสมควร โดยไม่ต้อง

                 อาศัยความยินยอมของผู้กระท าความผิด การคุมความประพฤติไม่ใช่โทษและไม่ใช่มาตรการบังคับโทษ

                 ศาลรอการก าหนดโทษหรือพพากษาลงโทษผู้กระท าความผิดไปเป็นอกส่วนหนึ่งแล้ว จึงก าหนดเงื่อนไข
                                          ิ
                                                                            ี
                 คุมความประพฤติเพอควบคุมและสอดส่องพฤติกรรมของผู้กระท าความผิด ให้ผู้กระท าความผิดได้ท า
                                  ื่
   1353   1354   1355   1356   1357   1358   1359   1360   1361   1362   1363