Page 1360 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1360
๑๓๔๘
สมควรที่จะลงโทษจ าคุกไปเสียทีเดียว หรือในบางกรณีเพอให้ผู้กระท าความผิดได้ชดใช้ค่าเสียหายหรือ
ื่
ค่าสินไหมทดแทนอนเป็นการบรรเทาผลร้ายและเป็นประโยชน์แก่ผู้เสียหาย ศาลจะเลือกใช้การลงโทษ ใน
ั
ลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแทนการลงโทษจ าคุก ซึ่งอาจเป็นการพพากษาลงโทษจ าคุกและปรับ โดยโทษจ าคุก
ิ
ื่
ให้รอการลงโทษไว้ ร่วมกับการสั่งให้คุมความประพฤติ หรือลงโทษปรับแต่เพยงสถานเดียว เพอให้ผู้กระท า
ี
ความผิดรู้สึกเข็ดหลาบไม่กระท าความผิดอก และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กระท าความผิดกลับตนเป็น
ี
พลเมืองดีอยู่ร่วมกับบุคคลในสังคมได้โดยปกติสุข หากสภาพความผิดเป็นความผิดร้ายแรง ผู้กระท า
ความผิดเคยต้องโทษจ าคุกมาก่อน หรือพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมอย่างมาก ศาลจะเลือกลงโทษในลักษณะ
ตัดผู้กระท าความผิดออกจากสังคมเป็นการชั่วคราวหรือถาวร ได้แก่ โทษจ าคุก หรือโทษประหารชีวิต และ
ส่งตัวผู้กระท าความผิดไปควบคุมยังเรือนจ าหรือทัณฑสถานต่อไป
ในกรณีที่ศาลมีค าพพากษาปรับดังกล่าวข้างต้น หากผู้ต้องโทษปรับที่เป็นบุคคลธรรมดา
ิ
และไม่มีเงินช าระค่าปรับ ยื่นค าร้องขอท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ
เมื่อศาลเห็นว่าผู้ต้องโทษปรับเข้าเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ที่จะขอท างานบริการสังคมหรือท างาน
ิ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐/๑ แล้ว ศาลสามารถใช้ดุลพนิจสั่ง
อนุญาตหรือไม่อนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร แต่เนื่องจากระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วย
การก าหนดจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคมหรือ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖ ข้อ ๖ ก าหนดสภาพความผิดที่
ไม่ควรอนุญาตไว้ด้วย ดังนั้น ก่อนที่ศาลจะมีค าสั่งโดยเฉพาะค าสั่งอนุญาต ศาลจึงต้องตรวจดูเสียก่อนว่า
สภาพความผิดของผู้ต้องโทษปรับ คือสภาพความผิดที่ไม่ควรอนุญาตให้ท างานแทนค่าปรับหรือไม่
แม้ระเบียบฉบับนี้จะใช้ค าว่า ไม่ควรอนุญาตให้ท างานแทนค่าปรับ ไม่ได้ก าหนดเป็น
สภาพความผิดที่ต้องไม่อนุญาต แต่ก็ย่อมส่งผลถึงการใช้ดุลพนิจในการออกค าสั่งของศาล ศาลอาจออก
ิ
ค าสั่งไม่อนุญาตให้ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้ ผู้ต้องโทษปรับต้องถูก
ส่งตัวไปควบคุมยังสถานที่กักขัง และสูญเสียเสรีภาพไม่ต่างจากการจ าคุก หมดโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง
แก้ไขตนเอง และในบางกรณียังเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
อีกด้วย นอกจากนี้ แม้กฎหมายจะก าหนดว่าสถานที่กักขังต้องไม่ใช่เรือนจ า แต่เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่
อย่างจ ากัด กรมราชทัณฑ์ยังไม่สามารถแยกสถานที่กักขังออกจากเรือนจ าหรือทัณฑสถานได้อย่างเด็ดขาด
ในปัจจุบันจึงมีสถานที่กักขังอยู่เพยง ๖ แห่ง ได้แก่ สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี สถานกักขังกลาง
ี
็
จังหวัดตราด สถานกักขังกลางจังหวัดร้อยเอด สถานกักขังกลางจังหวัดล าปาง สถานกักขังกลางนครปฐม
และสถานกักขังกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อนเป็นเหตุให้เรือนจ าหรือทัณฑสถานบางแห่งมีความ
ั
ื้
จ าเป็นต้องใช้พนที่บางส่วนแบ่งแยกเป็นสถานที่กักขังผู้ต้องโทษปรับ จึงเห็นได้ว่าการกักขังแทนค่าปรับ

