Page 1359 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1359
๑๓๔๗
คุณประโยชน์แก่สังคม และได้กลับตนเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เดียวกันกับการท างานบริการ
สังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ
ื่
เมื่อแนวคิดและวัตถุประสงค์ของการท างานบริการสังคมเป็นไปเพอให้ผู้ต้องโทษปรับได้มี
ื่
โอกาสท างานเพอสังคมอนเป็นการท าความดีชดเชยความผิด ได้ชดใช้ค่าเสียหายที่ได้ก่อขึ้น และไม่ต้องถูก
ั
ส่งตัวไปควบคุมยังสถานที่กักขัง ซึ่งสอดคล้องกบนโยบายประธานศาลฎีกาในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิ
ั
เสรีภาพขั้นพนฐานของผู้ต้องหาและจ าเลย ลดการคุมขังที่ไม่จ าเป็น ประกอบกับการท างานบริการสังคม
ื้
หรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับเป็นมาตรการบังคับเอาแก่ค่าปรับตามที่กฎหมายก าหนดไว้
ดังนั้น หากผู้ต้องโทษปรับไม่มีเงินช าระค่าปรับอย่างแน่แท้ ศาลควรมีอานาจสั่งให้ผู้ต้องโทษปรับท างาน
บริการสังคมหรือท างานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับได้โดยไม่จ าเป็นต้องให้ผู้ต้องโทษปรับยินยอม
เสียก่อน
(๒) สภาพความผิด
ื่
การใช้ดุลพนิจเพอออกค าสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ท างานบริการสังคมหรือท างาน
ิ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐/๑ ก าหนดให้ศาลต้องพจารณาสภาพ
ิ
ความผิดของผู้ต้องโทษปรับประกอบด้วย ซึ่งตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการ
ก าหนดจ านวนชั่วโมงที่ถือเป็นการท างานหนึ่งวัน และแนวปฏิบัติในการให้ท างานบริการสังคมหรือ
สาธารณประโยชน์แทนค่าปรับและการเปลี่ยนสถานที่กักขัง พ.ศ. ๒๕๔๖ ข้อ ๖ อธิบายหรือขยายความ
ค าว่าสภาพความผิดไว้ว่า ให้ศาลพจารณาจากความหนักเบาแห่งข้อหา ความรุนแรงของการกระท า
ิ
ความผิด สภาวะแห่งจิตใจ กระท าความผิดโดยเจตนาหรือประมาท รวมทั้งความเสียหายที่เกิดจากการ
กระท าความผิดนั้น และก าหนดสภาพความผิดที่ไม่สมควรอนุญาตให้ท างานแทนค่าปรับไว้หลายประเภท
ความผิด
การกระท าที่จะเป็นความผิดทางอาญาปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมาย
อนที่มีโทษทางอาญา แต่ละประเภทความผิดมีความร้ายแรงหรือความหนักเบาแห่งข้อหา รวมทั้งความ
ื่
เสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อรัฐและเอกชนแตกต่างกันไป บางประเภทความผิดกฎหมายก าหนดระวางโทษจ าคุก
บางประเภทความผิดก าหนดระวางโทษจ าคุกหรือปรับ หรือทั้งจ าทั้งปรับ การก าหนดโทษที่จะลงแก่
ผู้กระท าความผิด ศาลจะพิจารณาจากข้อหา พฤติการณ์ในการกระท าความผิด การรู้สึกส านึกในการกระท า
ความผิด ความเสียหายที่ได้รับ และประวัติของผู้กระท าความผิด ประกอบเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงจะ
พิพากษาลงโทษไปทางใดทางหนึ่ง
จากประสบการณ์ในการท างานของผู้เขียนพบว่า ในกรณีสภาพความผิดเป็นความผิด
ที่ไม่ร้ายแรง และศาลเห็นว่าผู้กระท าความผิดอยู่ในวิสัยที่จะปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของตนเองได้ ยังไม่

