Page 1368 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1368
๑๓๕๖
ั
ช่วยเหลือในการพฒนาอาชีพเกษตรกรรม การปรับปรุงทรัพยากร และปัจจัยการผลิต ตลอดจนการผลิต
และการจ าหน่าย ให้เกิดผลดียิ่งขึ้น” จากบทนิยามดังกล่าว เป็นการมุ่งเน้นโดยน าที่ดินของรัฐหรือของส่วน
ราชการต่าง ๆ ซึ่งถูกราษฎรบุกรุกครอบครองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จนรัฐไม่สามารถเข้าไปใช้
ประโยชน์ตามเจตนารมณ์เดิมได้ เช่น ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรม ที่ดินสาธารณะที่หมดสภาพการ
เป็นที่ดินส่วนรวม หรือที่ดินที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนแล้วมาปฏิรูปจัดสรรให้เกษตรกรเข้าท ากินเป็นการถาวร
และถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักการส าคัญของการปฏิรูปที่ดิน คือต้องด าเนินการ
ั
กระจายสิทธิการถือครองที่ดินให้เกิดความเป็นธรรม และยังมุ่งเข้าไปช่วยเหลือพฒนาปัจจัยต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการผลิตทางการเกษตรและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน เช่น การก่อสร้าง
สิ่งสาธารณูปโภคพนฐาน จ าพวกแหล่งน้ า เส้นทางคมนาคม การพฒนาอาชีพการเกษตรและอาชีพอน ๆ
ั
ื้
ื่
การพัฒนาสถาบันเกษตรกร การพัฒนาสินเชื่อ การพัฒนาด้านการตลาด เป็นต้น จากภารกิจหลักดังที่กล่าว
ไปแล้วนั้น อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า การปฏิรูปที่ดินเพอเกษตรกรรม โดยแท้จริงแล้วเป็นการมุ่งช่วยเหลือ
ื่
เกษตรกรผู้ยากไร้ให้มีที่ดินท ากินเป็นของตนเองและได้ใช้ที่ดินนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ื่
ส.ป.ก. ด าเนินการปฏิรูปที่ดินเพอเกษตรกรรมตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินฯ เพอลดความ
ื่
เหลื่อมล้ าและท าให้เกษตรกรมีความเท่าเทียมกันทางด้านการถือครองที่ดิน เมื่อพจารณาความในมาตรา
ิ
๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินฯ บัญญัติว่า “ที่ดินที่บุคคลได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพอ
ื่
ื่
เกษตรกรรมจะท าการแบ่งแยก หรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นยังผู้อนมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่
ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสถาบันเกษตรกร หรือ ส.ป.ก. เพอประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพอ
ื่
ื่
เกษตรกรรม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ก าหนดในกฎกระทรวง” จะเห็นได้ว่า
บทบัญญัติดังกล่าวมุ่งเน้นควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และควบคุมสิทธิที่เกษตรกรได้รับจากการปฏิรูป
ที่ดินว่า เมื่อรัฐได้จัดที่ดินอนเป็นปัจจัยการผลิตขั้นพนฐานให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ไปแล้ว เกษตรกรมีหน้าที่
ื้
ั
ื่
จะต้องรักษาที่ดินนั้นเพอประกอบเกษตรกรรมไปตลอดชั่วลูกชั่วหลาน หากไม่ประสงค์จะประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมต่อไป ก็จะต้องโอนที่ดินนั้นให้แก่ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมรายอนต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากรัฐ
ื่
มีความประสงค์จะให้ที่ดินที่รัฐได้ด าเนินการปฏิรูปที่ดินแล้วให้อยู่ในมือและการใช้ประโยชน์ของผู้ที่ประกอบ
อาชีพเกษตรกรรมเท่านั้น

