Page 1505 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1505

๑๔๙๒





                                                               ื่
                 การประชุมทางจอภาพหรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส

                 โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Disease : COVID - 19) ศาลชั้นต้นที่มีเขตอานาจในเรื่องดังกล่าวจึงสอบถาม
                 ผู้ตองหาหรือไตสวนค าร้องขอออกหมายขังผู้ตองหาตั้งแต่ค าร้องขอฝากขังครั้งแรก รวมทั้งครั้งที่ ๒ เป็นต้นไป
                 ในลักษณะการประชุมทางจอภาพไปยังสถานีต ารวจที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ ก่อให้เกิดวิถีใหม่ของ

                     ิ
                 วิธีพจารณาในกระกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ต้องหาจากสถานี
                                                                 ิ
                 ต ารวจไปศาล ก่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการพจารณาไต่สวนค าร้องขอฝากขัง อกทั้งญาติหรือ
                                                                                             ี
                 บุคคลที่ผู้ต้องหาไว้วางใจสามารถเดินทางไปเยี่ยมและพบผู้ต้องหาที่สถานีต ารวจได้ง่าย เมื่อศาลไต่สวน
                 และอนุญาตให้ออกหมายขังผู้ต้องหาตามค าร้องขอของพนักงานสอบสวนแล้ว ผู้ต้องหาสามารถยื่นค าร้อง

                                                 ์
                                              ิ
                 ขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้แบบพมพค าร้องแผ่นเดียว (ตามแนวทางนโยบายของประธานศาลฎีกา)
                                                                                   ื่
                 ผ่านพนักงานสอบสวนเพอส่งให้ศาลทางระบบอเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชันอนได้ทันที หากศาลมีค าสั่ง
                                                        ิ
                                      ื่
                 อนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวไม่ว่าจะก าหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหรือไม่ ก็สามารถ
                 ปล่อยผู้ต้องหาที่สถานีต ารวจได้ทันทีเช่นกัน แต่หากศาลมีค าสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พนักงาน
                 สอบสวนพาผู้ต้องหาไปเรือนจ าโดยตรง ไม่ต้องเดินทางไปที่ศาลอีก

                            ส าหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนอน เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา
                                                                                                 ่
                                                          ื่
                                                                                   ิ
                 ๑๕ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ศาลใช้อ านาจนอกเขตศาล เว้นแต่
                            (๑)  ถ้าบุคคลผู้ที่จะถูกซักถามหรือถูกตรวจ หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์หรือสถานที่ซึ่งจะ
                 ถูกตรวจมิได้ยกเรื่องเขตศาลขึ้นคัดค้าน ศาลจะท าการซักถามหรือตรวจดั่งว่านั้นนอกเขตศาลก็ได้

                            (๒)  ศาลจะออกหมายเรียกคู่ความหรือบุคคลนอกเขตศาลก็ได้ ส่วนการที่จะน าบทบัญญัติ
                 มาตรา ๓๑, ๓๓, ๑๐๘, ๑๐๙ และ ๑๑๑ แห่งประมวลกฎหมายนี้ และมาตรา ๑๔๗  แห่งกฎหมายลักษณะ

                 อาญามาใช้บังคับได้นั้น ต้องให้ศาลซึ่งมีอ านาจในเขตศาลนั้นสลักหลังหมายเสียก่อน
                            (๓)  หมายบังคับคดีและหมายของศาลที่ออกให้จับและกักขังบุคคลใดตามบทบัญญัติแห่ง

                 ประมวลกฎหมายนี้ อาจบังคับได้ไม่ว่าในที่ใด ๆ...”
                                               ิ
                                                             ่
                            ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา ๑๖ บัญญัติว่า “ถ้าจะต้องท าการซักถาม
                 หรือตรวจ หรือด าเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ

                            (๑)  โดยศาลชั้นต้นศาลใด นอกเขตศาลนั้น หรือ
                            (๒)  โดยศาลแพงหรือศาลอาญา นอกเขตจังหวัดพระนครและธนบุรีหรือโดยศาลอทธรณ์
                                          ่
                                                                                                   ุ
                 หรือฎีกา ให้ศาลที่กล่าวแล้วมีอ านาจที่จะแต่งตั้งศาลอื่นที่เป็นศาลชั้นต้นให้ท าการซักถาม หรือตรวจภายใน
                 บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๐๒ หรือด าเนินกระบวนพิจารณาแทนได้”

                            เมื่อพจารณามาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ตามบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งประมวลกฎหมายวิธี
                                 ิ
                  ิ
                 พจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ บัญญัติว่า “วิธีพจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้
                                                             ิ
                 โดยเฉพาะ ให้น าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้”

                                                                                                     ื่
                 ฉะนั้น หลักกฎหมายที่ว่ามิให้ศาลใช้อานาจนอกเขตศาลนั้น มีข้อยกเว้นให้มีอานาจแต่งตั้งศาลชั้นต้นอนให้

                                                                              ี
                               ิ
                 ด าเนินกระบวนพจารณาแทนได้  อาจด้วยแต่เดิมมีข้อจ ากัดในการเดินทาง อกทั้งป้องกันความสับสนหรือทับ
   1500   1501   1502   1503   1504   1505   1506   1507   1508   1509   1510