Page 1719 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1719
๑๗๐๕
เกี่ยวกับพฤติกรรมทางการเมืองของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ซึ่งถูกศาลพิพากษาเพิกถอนสิทธิทางการ
เลือกตั้งเป็นระยะเวลา ๔ ปี ตามค าพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๐๑๘/๒๕๕๗ ว่า นายชนม์สวัสดิ์เข้ามีส่วน
เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารฐ และแสดงตนในฐานะประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการให้การ
ั
สนับสนุนพรรคพลังประชารฐ อันเป็นการกระท าที่ไม่เป็นกลางและไม่เหมาะสม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว
ั
ื
ปรากฏในสื่อโซเชยล แต่จ าเลยทั้งเก้ากลับเพิกเฉยไม่กระท าการตรวจสอบข้อมูล อันเป็นการปฏิบัติหรอ
ี่
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
กรณีศึกษาที่สิบ ผู้เสียหายฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ั
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้สมัครรบเลือกตั้งเป็นสมาชกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ
ิ
วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ จ าเลยที่ ๑ เป็นประธาน
ั
กรรมการการเลือกตั้ง จ าเลยที่ ๒ ถึง ๗ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง จ าเลยทั้งเจ็ดเป็นเจ้าพนักงานของรฐ ใน
ิ
องค์กรอิสระตามพระราชบัญญัติประกอบรฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจรต พ.ศ.
ั
๒๕๖๑ มาตรา ๔
ในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ จ าเลยทั้งเจ็ดได้สมคบกันใชอ านาจโดย
้
ิ
ทุจรต มีอคติ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ด้วยการใชดุลพินิจตามอ าเภอใจ ไม่มีข้อเท็จจรงและเหตุผลรองรบ
ั
ิ
้
การใช้ดุลพินิจ อันเป็นการช่วยเหลือผู้สมัครและพรรคภูมิใจไทยให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ ๒
จังหวัดพัทลุง แทนที่จะใชอ านาจหน้าที่ตามกฎหมายก าหนดจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งที่มีข้อเท็จจรงว่าการ
ิ
้
ั
เลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ท าให้โจทก์ได้รบความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
ั
มาตรา ๘๓, ๙๐, ๙๑, ๑๔๙, ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๙ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔)
ข้อเสนอแนะ
เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางโดยค าสั่งอธิบดีผู้พิพากษา ได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ย
ประจ าศาลนี้ขึ้นโดยจัดตั้งเป็นแผนกงานมีผู้ก ากับดูแลมีการจ าแนกประเภทคดี ดังนี้
๑. คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง
๒. คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องและมีค าขอท้ายฟ้องให้จ าเลยชดใชค่าสินไหมทดแทน
้
มาด้วย โจทก์ต้องชาระค่าขึ้นศาลในวันยื่นฟ้อง แต่ถ้าไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล และพิพากษา

