Page 1714 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1714

๑๗๐๐




                        ทั้งสิทธิของผู้บรโภคเป็นสิทธิที่ได้รบความคุ้มครองตามบทบัญญัติรฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                                                                                ั
                                     ิ
                                                     ั
                                                                                            ั
                                                                                 ิ
                 พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “สิทธิของผู้บรโภคย่อมได้รบความคุ้มครอง”
                 และวรรคสองบัญญัติต่อไปว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้งองค์กรของผู้บรโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ ์
                                                                                   ิ
                             ิ
                                                              ิ
                                                                                     ั
                 สิทธิของผู้บรโภค” เมื่อโจทก์เป็นองค์กรของผู้บรโภคตามบทบัญญัติแห่งรฐธรรมนูญจึงย่อมมีสิทธิ
                 ด าเนินการตามบทบาทและอ านาจหน้าที่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของตนเพื่อคุ้มครองและพิทักษสิทธิของ
                                                                                                    ์
                                        ั
                 ผู้บรโภคตามบทบัญญัติที่รฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองดังกล่าว นอกจากนี้ได้ความว่าโจทก์ยังด าเนินการ
                     ิ
                 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บรโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “สมาคมและมูลนิธิ
                                             ิ
                                             ั
                 นั้นอาจยื่นค าขอให้คณะกรรมการรบรองเพื่อให้สมาคมและมูลนิธินั้นมีสิทธิและอ านาจฟ้องตามมาตรา ๔๑ ได้”
                                                                                                          ื
                                                                                          ิ
                 และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในการด าเนินคดีที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิผู้บรโภค ให้สมาคมหรอ
                                     ั
                 มูลนิธิที่คณะกรรมการรบรอง ตามมาตรา ๔๐ มีสิทธิฟ้องคดีแพ่ง คดีอาญา และด าเนินกระบวนพิจารณาใด
                                        ิ
                                                                 ิ
                 ๆ ในคดีเพื่อคุ้มครองผู้บรโภคที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บรโภคโดยส่วนรวมตามลักษณะหรอประเภทคดีที่
                                                                                              ื
                                                                                               ั
                 คณะกรรมการประกาศก าหนดได้...” โดยโจทก์เป็นมูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโภครบรองให้มีสิทธิ
                                                                                           ิ
                 และอ านาจฟ้องคดีได้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๑  เพียงแต่ในปัจจุบันคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยัง
                                             ื
                                                                             ื
                 ไม่ได้ประกาศก าหนดลักษณะหรอประเภทคดีอาญาที่จะให้สมาคมหรอมูลนิธิฟ้องคดีตามมาตรา ๔๑ แต่
                                                                          ั
                                                               ิ
                 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโจทก์เป็นองค์กรของผู้บรโภคและได้รบความคุ้มครองสิทธิตามบทบัญญัติ
                  ั
                                                                                               ั
                 รฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔๖  ดังที่กล่าวมา และรฐธรรมนูญแห่ง
                                                                          ้
                 ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ยังบัญญัติรบรองถึงการใชสิทธิและเสรภาพของปวงชนชาวไทยไว้
                                                             ั
                                                                                    ี
                                                       ี
                 ตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ว่า “สิทธิและเสรภาพของปวงชนชาวไทยนอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการ
                 เฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจ ากัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรอในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธ ิ
                                                                               ื
                                                                    ั
                        ี
                 และเสรภาพที่จะท าการนั้นได้ และได้รับความคุ้มครองตามรฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใชสิทธิหรอเสรีภาพ
                                                                                             ้
                                                                                                   ื
                 เช่นว่านั้น ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
                                                ื
                 ของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรอเสรีภาพของบุคคลอื่น และวรรคสองบัญญัติว่า “สิทธิหรอเสรภาพใด
                                                                                                 ื
                                                                                                     ี
                 ที่รฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ หรอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ
                   ั
                                                           ื
                                                                                              ี
                                                                                          ื
                                                                                   ้
                                                 ้
                                                                  ุ
                                                               ื
                 แม้ยังไม่มีการตรากฎหมายนั้น ขึ้นใชบังคับ บุคคลหรอชมชนย่อมสามารถใชสิทธิหรอเสรภาพนั้นได้ตาม
                                ั
                                                           ้
                                                                                            ิ
                 เจตนารมณ์ของรฐธรรมนูญ”  ดังนี้ เมื่อการใชสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นองค์กรของผู้บรโภคและเป็นการ
                 ด าเนินการเกี่ยวเนื่องกับการใช้สิทธิเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคโดยส่วนรวมอนเป็นการใชสิทธิ
                                                                                                        ้
                                                                                             ั
                                                                                                ิ
                         ั
                                            ั
                 ตามที่ได้รบความคุ้มครองตามรฐธรรมนูญ หากจะให้โจทก์รอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโภคประกาศ
                 ก าหนดลักษณะหรอประเภทคดีที่มีสิทธิฟ้องคดีได้เสียก่อนซึ่งยังไม่แน่นอนว่าคณะกรรมการคุ้มครอง
                                  ื
                                                    ื
                 ผู้บรโภคจะประกาศก าหนดให้เมื่อใด หรอไม่ ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของรฐธรรมนูญที่มีประกาศพระราช
                                                                                 ั
                     ิ
   1709   1710   1711   1712   1713   1714   1715   1716   1717   1718   1719